เจนเนอราลี่ กรุ๊ป โชว์กำไรนิวไฮ 1.61 แสนล้านบาท ปี 2025 ดัน AI ขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลก
เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2025 สะท้อนความสำเร็จปีแรกของแผนกลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” โดยมีกำไรรวมกว่า 1.61 แสนล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับรวม 3.67 ล้านล้านบาท
นายฟิลิปป์ ดอแนต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจนเนอราลี่ กรุ๊ป เปิดเผยถึงผลประกอบการในปี 2025 ของเจนเนอราลี่ กรุ๊ป มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premiums) อยู่ที่ 98.1 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของ ธุรกิจประกันวินาศภัย (P&C) ที่เติบโตถึง 7.6% ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต มีกระแสเงินสดรับสุทธิจากประกันชีวิต (Life Net Inflows) เติบโตอย่างโดดเด่นแตะระดับ13.5 พันล้านยูโร หรือ 5.05 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครองและสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit-Linked & Hybrid) เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (New Business Value) เพิ่มขึ้นเป็น 3.1 พันล้านยูโร หรือ 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2%
จากปัจจัยบวกในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ ผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Result) พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8 พันล้านยูโร หรือ 2.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% พร้อมกันนี้ยังทำสถิติ กำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted Net Result) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.3 พันล้านยูโร หรือ 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 14.5%
ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 2.85 ยูโร หรือ 106.67 บาท ต่อหุ้น เติบโตขึ้น 16.2% สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคงในระดับสูงสุด มีอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุน (Solvency Ratio) อยู่ที่ 219% เพิ่มขึ้นจาก 210% ในปี 2024 ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการสร้างเงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงและเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ในอนาคต
นายฟิลิปป์ กล่าวว่า ทางด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง (Asset & Wealth Management) ยังคงรักษาแรงส่งในทิศทางบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มสูงขึ้นถึง 900 พันล้านยูโร หรือ 33.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% โดยธุรกิจบริหารสินทรัพย์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 16 พันล้านยูโร หรือ 5.99 แสนล้านบาท
ภายใต้แผนกลยุทธ์ Lifetime Partner 27: Driving Excellence เจนเนอราลี่ มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า ขีดความสามารถหลัก และรูปแบบการดำเนินงานของกลุ่ม โดยยึด 3 รากฐานสำคัญ ได้แก่ บุคลากร เทคโนโลยี AI และข้อมูล ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนเป็นรากฐาน กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีกำไรในทุกกลุ่มธุรกิจ ควบคู่การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่วงชีวิต การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
“จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งควบคู่กับสถานะเงินกองทุนที่มั่นคง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างผลตอบแทนที่เติบโตให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเสนอการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้นอีกครั้ง พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 500 ล้านยูโรสำหรับปี 2026 โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของพนักงานและตัวแทนที่ปรึกษาทุกคน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเริ่มต้นแผนกลยุทธ์ครั้งนี้”