โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จ้างงานสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด ว่างงานลดลง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์ก รายงานว่า การจ้างงานในสหรัฐฯ ฟื้นตัวในเดือนมีนาคม และอัตราการว่างงานลดลงอย่างไม่คาดคิด บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มทรงตัวในช่วงที่สงครามกับอิหร่านปะทุขึ้น

การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่งในเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2024 หลังจากมีการปรับทบทวนตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์ที่การจ้างงานลดลงอย่างมาก ตามข้อมูลจากสำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.69)ตัวเลขนี้สูงกว่าประมาณการทั้งหมดตามการสำรวจของบลูมเบิร์ก

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะมีการฟื้นตัวของการจ้างงานในเดือนมีนาคม หลังจากการนัดหยุดงานของบุคลากรด้านสาธารณสุขมากกว่า 30,000 คน และสภาพอากาศฤดูหนาวที่รุนแรง มีส่วนทำให้การจ้างงานในเดือนกุมภาพันธ์ร่วงลงแรง การเพิ่มขึ้นที่แข็งแกร่งครั้งนี้น่าจะยิ่งตอกย้ำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากขึ้น ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากสงครามในอิหร่าน

“ถ้าไม่มีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผมคิดว่าแนวคิดเรื่องตลาดที่เริ่มทรงตัวคงจะได้รับการยอมรับมากกว่านี้” ไมเคิล พูลิเอเซ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากเวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค กล่าว “ปัญหาก็คือ ตอนนี้เรามีช็อกใหม่ที่กำลังส่งผ่านไปทั่วเศรษฐกิจ”

การขยายตัวของการจ้างงานนำโดยภาคสาธารณสุข ซึ่งกลับมาฟื้นตัวหลังจากข้อพิพาทแรงงานกับคนงานของไกเซอร์ เพอร์มาเนนเต (Kaiser Permanente) ในแคลิฟอร์เนียและฮาวายยุติลง แต่รายงานยังชี้ให้เห็นว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้นในวงกว้างทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยดัชนีที่วัด “ความกว้าง” ของการจ้างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่าสองปี

การจ้างงานในภาคก่อสร้าง และภาคสันทนาการและบริการที่พักแรม ฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจเป็นผลจากการดีดกลับที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ขณะที่การจ้างงานภาคการผลิตขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นหลังการเผยแพร่รายงานดังกล่าว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday)

  • ความเห็นจากฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของบลูมเบิร์ก

“เราคาดว่าจำนวนการจ้างงานจะเร่งตัวขึ้นจนถึงเดือนมิถุนายน สะท้อนการจ้างงานในภาคสันทนาการและบริการที่พักแรมที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก และการฟื้นตัวตามวัฏจักรในภาคขนส่งสินค้า ช็อกด้านอุปทานขนาดใหญ่ตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นอาจยังไม่สะท้อนในตัวเลขจ้างงานจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปี เราคาดว่าอัตราการว่างงานจะเร่งตัวสูงขึ้นในช่วงนั้น”

อ้างจากทีมนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก นำโดย แอนนา หว่อง

การเพิ่มขึ้นที่โดดเด่นของการจ้างงานในเดือนมีนาคม เกิดขึ้นหลังจากตัวเลขในเดือนก่อนหน้าถูกปรับให้เป็นการลดลง 133,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด แต่โดยเฉลี่ยแล้ว การจ้างงานเพิ่มขึ้น 68,000 ตำแหน่งในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี

อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.3% แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นผลจากชาวอเมริกันจำนวนมากออกจากกำลังแรงงาน อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน สัดส่วนของประชากรที่มีงานทำหรือกำลังหางาน ลดลงมาอยู่ที่ 61.9% ในเดือนมีนาคม ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2021 อัตราการมีส่วนร่วมของแรงงานวัย 25–54 ปี หรือที่เรียกว่า “วัยทำงานหลัก” ก็ลดลงเช่นกัน ขณะที่จำนวนผู้ที่ทำงานพาร์ตไทม์ด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์ยังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าอุปสงค์และอุปทานแรงงานที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อค่าจ้างอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มร้อนแรงอีกครั้ง รายงานระบุว่า “ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง” เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนกุมภาพันธ์ และเพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบเกือบห้าปี สถานการณ์นี้อาจสร้างแรงกดดันให้ผู้บริโภคเผชิญความยากลำบากมากขึ้นท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงจากสงคราม

การสำรวจการจ้างงานสะท้อนข้อมูลในสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าสงครามจะส่งผลกระทบต่อรายงานการจ้างงานในอนาคตมากขึ้น หากการสู้รบยืดเยื้อ เนื่องจากภาคธุรกิจอาจตอบสนองต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่อาจลดลงด้วยการชะลอการจ้างงานหรือปลดพนักงาน

“จากรายงานการจ้างงานวันนี้ ผมไม่คิดว่า เราจะได้เห็นผู้คนปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งปีลงมากนัก” เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ กล่าวในให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กทีวี “จะมีผลกระทบด้านลบบางอย่างที่กินระยะเวลาไม่นานในเศรษฐกิจเอเชีย และเราคาดว่าความปั่นป่วนเหล่านั้นจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...