โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

20 ลูกเรือบินถึงไทยเช้า 16 มี.ค. กต.รวมพาคนไทยกลับจากตอ.กลางแล้ว 591 คน

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
กต. เผย 20 ลูกเรือเตรียมบินจากโอมานกลับมาถึงไทยเช้า 16 มี.ค. รวมพาคนไทยจากตะวันออกกลางกลับไทยแล้ว 591 คน ชี้เหตุสู้รบอิสราเอล-ปะทะ ‘อิหร่าน-ฮิซบอลเลาะห์’ รุนแรงขึ้น เตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เวลา 11.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวมขยายวงกว้างนอกเหนือจากเป้าหมายทางทหาร โดยอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ และระบบไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องประเทศสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในหลายประเทศของภูมิภาคฯ ขณะที่กองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังโจมตีกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนของประเทศอิสราเอล เลบานอน และกรุงเบรุต นอกจากนี้ สถานการณ์การสู้รบในประเทศอิรักทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และคอยติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น กรณีการช่วยเหลือลูกเรือไทยของเรือขนส่งสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ในส่วนของลูกเรือ 20 คน บริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือกลุ่มนี้เดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองคาซาบ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัตของประเทศโอมาน เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยต่อไป โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินและส่งมอบให้ลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวจะต้องเดินทางผ่านพื้นที่ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก่อนกลับเข้าไปยังโอมาน ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเจ้าบ้าน เพื่อขอให้เร่งรัดการออกวีซ่าแก่ลูกเรือไทยทั้ง 20 คน ซึ่งลูกเรือ กลุ่มนี้ได้รับวีซ่าสำหรับการเข้ายูเออีแล้ว

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะที่ทางการโอมานได้แจ้งยืนยันความพร้อมในการช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือในการผ่านแดนเพื่อมาขึ้นเครื่องบินที่กรุงมัสกัตแล้ว โดยลูกเรือทั้ง 20 คน จะเดินทางถึงประเทศไทยในเช้าวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. นี้ ส่วนการเร่งค้นหาช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศกองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ยังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการการค้นหาและให้ความช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คนนี้ต่อไป

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในประเทศอื่นๆ นั้น กรณีที่อิหร่าน มีคนไทยที่ออกจากอิหร่าน 7 คน เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้วเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (14 มี.ค.) ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ซึ่งย้ายที่ทำการชั่วคราวไปยังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ประเทศตุรกี ได้อพยพคนไทยที่ประสงค์ออกจากอิหร่านหมดแล้ว รวมถึงยังติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคนไทยในอิหร่านที่ยังไม่ประสงค์กลับประเทศไทย และพร้อมอำนวยความสะดวก หากมีผู้ประสงค์ขอเดินทางกลับเพิ่มเติม ส่วนในอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การโจมตีที่รุนแรงมากขึ้นระหว่างอิสราเอล กับอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล จึงประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอลให้เข้าที่หลบภัยในทันทีหากได้ยินเสียงไซเรน และขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนตอนเหนือของอิสราเอล

นายปาณิดล กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจนถึงปัจจุบัน มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางและกลับสู่ประเทศไทยแล้ว รวม 591 คน ทั้งนี้รัฐบาลไทยยึดมั่นการให้ความช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายอย่างปลอดภัยในโอกาสแรก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...