โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดหนังสือเวียน ‘อัยการสูงสุด’ ชงศาลริบรถ คดี ‘เมาแล้วขับ’ ก่ออันตรายต่อชีวิต-ทรัพย์สิน

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 เม.ย. เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 07.56 น.

อัยการสูงสุด ห่วงใยประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ เมาไม่ขับ-ไม่ขับรถซิ่ง ได้มีความสุขกับครอบครัว เปิดหนังสือเวียนปี 68 ฟ้องคดีเมาแล้วขับก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ชงศาลริบรถของกลางด้วย

13 เมษายน 2569 - ที่บริเวณโถงด้านหน้าองค์พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ ชั้น 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมสงกรานต์ สืบสานประเพณีวิถีไทยรดน้ำขอพร สงกรานต์สำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปี 2569 โดยมี นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ ประธานคณะกรรมการอัยการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมกิจกรรมคับคั่งหลายร้อยคน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ได้อวยพรเทศกาลปีใหม่ของคนไทย ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนับถือคุ้มครอง ประชาชนเเละครอบครัวให้เดินทางกลับสู่ภูมิลําเนาอย่างปลอดภัย ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ และที่สําคัญคือในการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ ขอให้ประชาชน ได้ใช้ความระมัดระวังการขับขี่รถยนต์ โดยไม่ขับรถเร็ว ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มิฉะนั้นแล้วเดี๋ยวอาจจะต้องเกิดความสูญเสีย แทนที่จะไปสนุกสนาน ไปมีความสุขกับครอบครัว อาจจะต้องมานั่งทุก์ระทมภายหลัง ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ แวะ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ตลอดปีใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยจากการขับรถในขณะเมาสุราก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายทรัพย์สินของผู้อื่น

ในช่วงปี2568 สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยออกหนังสือเวียน การดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทางถนนที่มีความรุนแรงและความเสียหายอย่างมากต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำนักงานอัยการสูงสุดจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติเมื่ออัยการได้รับสำนวนคดีที่มีการดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วให้พิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เมาแล้วขับ มีลักษณะเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร มาตรา 43 (8) ด้วยหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าผิดและยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาดังกล่าวกับผู้เมาแล้วขับให้พนักงานอัยการสั่งให้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา และในการฟ้องคดีให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบรถของกลางด้วย

ทั้งนี้ในหนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ลงนามโดย (นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์) รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด เมื่อ 9 มิ.ย. 2568 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่น โดยอ้างถึง หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส (สฝปผ.) 0018/ว 380 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 เรื่อง ความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (8), 160 วรรคสาม

โดยเนื้อหาหนังสือระบุอีกว่า เนื่องจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยวดยานทางถนนของประชาชนในประเทศไทยมีความรุนแรง ซึ่งเกิดความเสียหายและต้องสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้ขับรถในขณะเมาสุราแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ฉะนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทางถนนที่มีความรุนแรงและเกิดความเสียหายอย่างมากต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำนักงานอัยการสูงสุดจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติกรณีพนักงานอัยการได้รับสำนวนคดีที่มีการดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่นไว้พิจารณา โดยให้พนักงานอัยการพิจารณาว่า พฤติการณ์ในการขับรถขณะเมาสุราของผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีมีลักษณะเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2525 มาตรา 43 (8) ด้วยหรือไม่

หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาได้ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดดังกล่าวด้วย และยังมิได้มิการแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้ต้องหา ให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา

และในการฟ้องคดีให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบรถของกลางตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส (สฝปผ.) 0018/ว 380 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 ตามที่อ้างถึงด้วย โดยปัจจุบันหนังสือเวียนดังกล่าวยังมีผลอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...