ภาคประชาชนใต้ พร้อมขยายวงค้าน ‘แลนด์บริดจ์-SEC’ จริงจัง หลังรัฐบาลสั่งลุย
หวั่น ดันโครงการแลกผลประโยชน์ส่วนตน วอน ย้อนมองบทเรียน EEC ฟังคำทักท้วงนักวิชาการ ผู้ประกอบการ มองไม่คุ้มค่าลงทุน จี้ รัฐทบทวน-ยกเลิกแนวนโยบาย หันสนับสนุนแผนออกแบบการพัฒนาภาคใต้ที่มั่นคง ยั่งยืน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของคนภาคใต้อย่างแท้จริง
วันนี้ (9 เม.ย. 69) ที่สมาพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี เครือข่ายภาคประชาชนกว่า 20 องค์กร รวมตัวแถลงการณ์ถึงรัฐบาล หลังมีความชัดเจนว่าจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง รวมถึงผลักดันกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)
วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ระบุว่า ความโกลาหล ความขัดแย้ง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การพัฒนาที่สร้างความเหลื่อมล้ำ ได้เกิดขึ้นและแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ทั้งโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายยิ่งใหญ่ ต่อการพัฒนาแผ่นดิน ถิ่นเกิดของแต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชน แต่ละประเทศทั่วโลก
พร้อมตั้งคำถามว่าเราจะยืนยอยู่บนการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีความเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อทุกคนได้อย่างไร เมื่อกำลังเผชิญความท้าทายที่โลกกำลังเดือด อากาศเปลี่ยนแปลง การผลิตของพี่น้องเกษตรกรทั่วโลก ได้รับความท้าทายในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ทั้งที่พวกเขาแทบไม่มีส่วนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นมากมายเท่ากับภาคอุตสาหกรรม ที่นำเอาฟอสซิลมาใช้
“วันนี้รัฐบาล ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีหลังจากนี้ จะมีการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ในการนำพาเศรษฐกิจเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางความขัดแย้ง น้ำมันขึ้นราคา เหล่านี้ล้วนแต่ต้องการความเห็นที่หลากหลาย และตอบโจทย์ทุกฝ่าย”
วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี
วิโชคศักดิ์ ระบุอีกว่า เครือข่ายภาคประชาชน กว่า 20 องค์กรภาคใต้ และพื้นที่ใกล้เคียง นัดหมายกันมาหารือทางออกให้พี่น้องที่กำลังประสบปัญหาที่ดินทำกิน แต่พบว่าผู้นำรัฐบาล มีการส่งเสียงให้สัญญาณกับสังคมว่า กำลังจะเดินหน้าเต็มสูบในโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง และการเสนอกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ. SEC ที่เชื่อมโยงจากภาคตะวันออก เป็นเครื่องมือที่จะทำให้แผ่นดินใต้ประสบภัยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งที่เรากำลังอยู่ในวิกฤต
“แม้จะมีตัวอย่างของภาคตะวันออก หรือข่าวที่พบว่ามีนายทุนข้ามชาติเข้ามาแย่งแผ่นดินในประเทศเรา สิ่งเหล่านี้เรามีข้อสรุปออกเป็นแถลงการณ์ เพื่อส่งสัญญาณต่อ อนุทิน ชาญวีรกุล ว่าเราไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ แต่เรามีเจตนารมณ์เดียวกันคือพาผืนดินพ่อแม่เราไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรม”
วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี
ขณะที่ เบญจวรรณ ทับทิมทอง ตัวแทนเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ อ่านแถลงการณ์ เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ เรื่อง หยุดโครงการแลนด์บริดจ์ และ SEC ขายผืนดินอธิปไตย แลกถอนทุนทางการเมือง มีสาระสำคัญระบุว่า
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ในพื้นที่ภาคใต้เต็มรูปแบบ ทั้งโครงการแลนด์บริดจ์ระนอง – ชุมพร โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และการผลักดันให้มีกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ที่พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อรัฐสภาถึง 2 ฉบับ ด้วยอิทธิพลในรัฐสภา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่รัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของประชาชน
การออกมาส่งเสียงของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หนึ่งในผู้นำรัฐบาล ในลักษณะชี้นำสังคมว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะคุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน ทั้งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจของภาคใต้โดยรวมทั้งที่โครงการนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่แล้วเสร็จ ประกอบกับมีคำถามจากภาคประชาชน นักวิชาการ และจากผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ระดับประเทศ ว่า แผนการนี้ไม่มีความคุ้มค่าไม่คุ้มต่อการลงทุน ทั้งยังละเลยการส่วนร่วมอย่างมีนัยของประชาชนในพื้นที่
งบฯ ลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท และ แนวคิด ร่างกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC ให้สิทธิพิเศษแก่นายทุนข้ามชาติ ปรากฎ ร่องรอย ไว้ในร่างกฎหมาย ที่เสนอโดย อนุทิน ชาญวีรกุล ใน มาตรา 48 ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็น นิติบุคคลและเป็นคนต่างด้าว ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตได้ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน เหล่านี้เป็น “นโยบายเรือธง” ของรัฐบาลรวมถึงพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องวินิจฉัยว่า เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสาธารณะและประชาชน หรือแท้จริง ได้ซ่อน “ผลประโยชน์ในทางการเมือง” ไว้เป็นที่ตั้ง หรือไม่
“พวกเรา เครือข่ายประชาชนภาคใต้ที่มารวมตัวกันวันนี้ไม่ต่ำกว่า 20 กลุ่มองค์กร ไม่ยอมรับแนวคิดการพัฒนาจากส่วนกลางภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมาย SEC ที่ เน้น “ขายที่ดินอธิปไตยให้ทุนข้ามชาติ” ซึ่งได้ก่อผลลัพธ์อย่างชัดเจนว่า เป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้คนในประเทศและทั้งโลก เกิดความขัดแย้ง แย่งชิง อย่างโกลาหล ดังเช่นปรากฎเป็นสงครามขัดแย้งในปัจจุบัน เพียงเพื่อต้องการถอนทุนทางการเมืองแลกผลประโยชน์ส่วนตนของคนชั้นนำบางกลุ่มเท่านั้น”
แถลงการณ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน และยกเลิกแนวนโยบายดังกล่าวทั้งหมด เปลี่ยนเป็นสนับสนุนแผนการ “การออกแบบการพัฒนาภาคใต้ที่มั่นคงยั่งยืน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของคนภาคใต้อย่างแท้จริง”
“หากรัฐบาลไม่ยินยอมรับฟัง พวกเราย่อมไม่อาจคิดไปทางอื่นได้ นอกจากสันนิษฐานว่า ท่านพร้อมที่จะขายแผ่นดินอธิปไตยของไทยเพื่อแลกผลประโยชน์ส่วนตน ภาคประชาชนภาคใต้จะขยายการเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างจริงจังกว้างขวาง เพื่อยับยั้งชุดความคิดนี้ ให้จงได้“