โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลศึกษาเตือน “ประชากรกำลังล้นโลก” เกินขีดจำกัดอยู่อย่างยั่งยืน

เดลินิวส์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 3.41 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผลการศึกษาเตือนมนุษย์ใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดโลก หลังวิเคราะห์ประชากร 2 ศตวรรษพบการพึ่งพาฟอสซิลช่วยอำพรางวิกฤตบริโภคเกินขนาด คาดประชากรโลกพุ่งแตะ 12,400 ล้านคน ช่วงทศวรรษ 2070 ซึ่งสูงเกินระดับยั่งยืน จี้เร่งปฏิรูปการใช้พลังงานและอาหารด่วนบุบสลายเกินเยียวยา

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่ามหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สของออสเตรเลียเปิดเผยผลการศึกษาข้อมูลประชากรโลกกว่าสองศตวรรษ และแบบจำลองการเติบโตทางนิเวศเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของขนาดประชากรและอัตราการเติบโต ซึ่งพบว่ามนุษยชาติกำลังดำรงชีวิตอยู่เกินกว่าที่โลกจะรองรับได้จนเพิ่มแรงกดดันต่ออาหาร ภูมิอากาศ และความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมเสริมว่า การเติบโตต่อเนื่องภายใต้การบริโภครูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบัน จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมของชุมชนทั่วโลก

การเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งใหญ่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เมื่ออัตราการเติบโตของประชากรเริ่มชะลอตัวลง แม้จำนวนประชากรทั้งหมดยังคงเพิ่มขึ้น

ศาสตราจารย์โคเรย์ แบรดชอว์ ของมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส และผู้เขียนหลักของการศึกษานี้ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า "ระยะประชากรศาสตร์เชิงลบ" ซึ่งหมายความว่า การเพิ่มจำนวนประชากรไม่ได้หมายถึงการเติบโตที่เร็วขึ้นอีกต่อไป

การศึกษาระบุว่าจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น มีความเชื่อมโยงอย่างเห็นได้ชัดกับอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น รอยเท้าทางนิเวศวิทยาที่ใหญ่ขึ้น และการปล่อยคาร์บอนที่สูงขึ้นในช่วง "ระยะประชากรศาสตร์เชิงลบ" พร้อมคาดการณ์ว่า หากสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นแตะจุดสูงสุดราว 11,700-12,400 ล้านคน ภายในช่วงทศวรรษ 2070 ซึ่งสูงเกินขีดความสามารถในการรองรับอย่างยั่งยืนของโลกราว 2,500 ล้านคน

ช่องว่างความแตกต่างขนาดใหญ่ระหว่างระดับที่ยั่งยืนกับประชากร 8,300 ล้านคนในปัจจุบันนั้น ตอกย้ำปัญหาการบริโภคเกินขนาดทั่วโลก ซึ่งถูกอำพรางมานานหลายทศวรรษด้วยการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างหนัก ที่เพิ่มผลผลิตอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรม แต่กลับเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษด้วยเช่นกัน

ศ.แบรดชอว์ระบุว่า ระบบค้ำจุนชีวิตของโลกตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดแล้ว พร้อมเรียกร้องการปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วนในวิธีการใช้พลังงาน ที่ดิน และอาหาร.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...