โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเปิด 7 สัญญาณ "เลือดหนืด" ทำสมองขาดเลือด เสี่ยงสโตรกไม่รู้ตัว

TNews

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 5 เม.ย. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย 7 สัญญาณ "เลือดหนืด" ที่ทำให้สมองขาดเลือดได้ โดยระบุว่า หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า "เลือดหนืด" ไม่ได้แปลว่าเลือดข้นเฉย ๆ แต่มันคือภาวะที่เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ทำให้การส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ลดลงแบบเงียบ ๆ โดยเฉพาะตอนเช้า หรือช่วงที่ร่างกายขาดน้ำ ถ้าปล่อยไว้นาน เสี่ยงทั้งหลอดเลือดตีบ ลิ่มเลือด และสโตรกโดยไม่รู้ตัว ลองเช็ก 7 สัญญาณนี้ ถ้ามีหลายข้อ ต้องเริ่มระวังแล้วนะ

หมอเปิด 7 สัญญาณเลือดหนืด ทำสมองขาดเลือด เสี่ยงสโตรกไม่รู้ตัว

1. มึนหัว หนักหัวตอนตื่นนอน
ตื่นมาแล้วรู้สึกมึน ๆ หนักศีรษะ หรือเหมือนสมองยังไม่ตื่นเต็มที่ อาจเป็นเพราะช่วงกลางคืนร่างกายขาดน้ำ ทำให้เลือดหนืดขึ้นชั่วคราว เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดี โดยเฉพาะคนที่นอนดึก ดื่มน้ำน้อย หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด อาการนี้ถ้าเป็นบ่อย ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการไหลเวียนที่ผิดปกติ

2. มือเท้าเย็น ชาปลายมือปลายเท้า
เลือดที่หนืดจะไหลไปปลายมือปลายเท้าได้ยาก ทำให้รู้สึกเย็น ชา หรือเหมือนเลือดไปไม่ถึง โดยเฉพาะเวลานั่งนาน ๆ หรือหลังตื่นนอน อาการนี้สะท้อนถึงการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี และถ้าเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น เหน็บชา หรือปวดแปลบ อาจเกี่ยวข้องกับเส้นเลือดหรือเส้นประสาทที่เริ่มมีปัญหาแล้ว

3. เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มอิ่ม
บางคนไม่ได้ออกแรงมาก แต่รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่สุด เหมือนร่างกายขาดพลังงาน ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ อาจเป็นเพราะเลือดส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้ไม่ดี ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชย อาการนี้ถ้าเป็นเรื้อรัง อาจกระทบทั้งสมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจในระยะยาว

4. เวียนหัว หน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่า
ลุกเร็วแล้วหน้ามืด หรือเวียนหัวบ่อย ๆ อาจไม่ใช่แค่ความดันตกอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดที่ไม่ทัน โดยเฉพาะถ้าเลือดหนืด เลือดจะปรับตัวช้ากว่าปกติ ทำให้สมองขาดเลือดชั่วขณะ อาการนี้ถ้าเกิดบ่อย ควรระวัง เพราะเพิ่มความเสี่ยงการล้ม และอาจสะท้อนถึงระบบหลอดเลือดที่เริ่มมีปัญหา

5. ปวดหัวตื้อ ๆ เป็นช่วง ๆ
อาการปวดหัวแบบไม่จี๊ด แต่ตื้อ ๆ หนัก ๆ โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือหลังทำงาน อาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่สม่ำเสมอ ทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่พอ อาการนี้มักถูกมองว่าเป็นแค่เครียดหรือพักผ่อนไม่พอ แต่ถ้าเป็นซ้ำ ๆ ควรเริ่มสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพหลอดเลือด

6. สายตาพร่า มองไม่ชัดเป็นพัก ๆ
เลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาไม่ดี อาจทำให้มองภาพไม่ชัด เห็นภาพเบลอ หรือมีจุดดำลอยไปมา อาการนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณว่าการไหลเวียนเลือดมีปัญหา โดยเฉพาะในคนที่มีความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูง ยิ่งต้องระวังมากขึ้น

7. ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
เมื่อเลือดหนืด หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดให้เลือดไหลเวียนได้เพียงพอ ทำให้บางคนรู้สึกใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือหัวใจเต้นเร็วโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ถ้าเกิดบ่อย ๆ อาจเป็นภาระต่อหัวใจในระยะยาว และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจได้

ไม่อยากเลือดหนืดจนสมองขาดเลือด แนะนำให้ทำตามนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละประมาณ 1.5–2 ลิตร เพื่อให้เลือดไม่ข้น
  • เดินหรือขยับร่างกายทุกวัน อย่างน้อย 20–30 นาที กระตุ้นการไหลเวียน
  • ลดน้ำตาล เครื่องดื่มหวาน และแป้งขัดขาว ที่ทำให้เลือดข้นขึ้น
  • เพิ่มไขมันดีโอเมก้า-3 เช่น ปลา ถั่ว น้ำมันมะกอก ช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด
  • เพิ่มอาหารป้องกันหลอดเลือดอักเสบ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอสตร้าแซนธิน
  • เลี่ยงการนั่งนาน ๆ ลุกเดินทุก 1–2 ชั่วโมง
  • นอนให้พอ ลดความเครียด เพราะฮอร์โมนเครียดทำให้เลือดหนืดขึ้น
  • ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคนที่มีความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูง

เลือดหนืดไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันกระทบ "ทั้งระบบ" โดยเฉพาะสมองที่ต้องการออกซิเจนตลอดเวลา สัญญาณเล็ก ๆ อย่างมึนหัว มือเท้าเย็น หรือสายตาพร่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ได้ การดื่มน้ำให้พอ ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำตาล ไขมัน ความดัน จะช่วยให้เลือดไหลดี ลดเสี่ยงสโตรกได้ตั้งแต่วันนี้

ขอบคุณ FB : หมอเจด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...