จบช่วงผ่อนผัน ตร.เผย 5 วันแรก ฝ่าไฟแดง-ขับเร็วพุ่งหมื่นราย
เผยตัวเลขล่าสุด 5 วันแรกหลังหมดช่วงผ่อนผัน ข้อหา "ฝ่าไฟแดง-ขับเร็ว" ยอดทะลุหมื่นครั้ง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรเคร่งครัด สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ย้ำไม่มีการสั่งการเพิ่มจุดตรวจหรือเพิ่มสถิติการจับกุม
วันนี้ (6 เมษายน 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายจราจร และสร้างความเข้าใจ รวมถึงวินัยจราจรแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเคร่งครัด ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ หลังจากสิ้นสุดช่วงมาตรการผ่อนผัน “เตือนก่อนปรับ” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 และเริ่มเข้าสู่ช่วงการบังคับใช้กฎหมายจราจรตามปกติตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 นั้น จากสถิติการจับปรับใน 10 ข้อหาหลัก ตั้งแต่วันที่ 1-5 เมษายน 2569 ภาพรวมทั่วประเทศพบการกระทำความผิดข้อหา “ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร” มากที่สุด 16,101 ครั้ง รองลงมาคือข้อหา “ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด” 15,483 ครั้ง
.
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า การดำเนินการกับผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรนั้นเป็นการปฏิบัติตามกฏหมายปกติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรใช้ดุลยพินิจตามความหนักเบาตามฐานความผิดได้ และยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามปกติ ไม่มีการเพิ่มจุดตรวจหรือเพิ่มสถิติการจับกุมแต่อย่างใด มุ่งเน้นการเสริมสร้างวินัยจราจรโดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอุบัติเหตุจราจร โดยในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเกือบ 13,000 ราย และบาดเจ็บกว่า 800,000 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บถึงทุพพลภาพถาวร อันส่งผลกระทบต่อครอบครัวและผู้ได้รับบาดเจ็บเอง
.
การกวดขันวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรักและห่วงใยในสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ และยกระดับความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน