โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร.เอกนิติ เปิดงาน SUBCON Thailand 2026 ชู BOI Fast Pass -ปลดล็อกกติกา เร่งเม็ดเงินลงทุนจริง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 08.06 น.

ดร.เอกนิติ เปิดงาน SUBCON Thailand 2026 เร่งปลดล็อกกติกา ชู BOI Fast Pass เปลี่ยนยอดขอรับการส่งเสริมสู่การลงทุนจริง ดันยุทธศาตร์ 5T หนุนผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสใหม่-เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

13 พ.ค. 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน “SUBCON Thailand 2026” จัด โดยบีโอไอ -สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เพื่อแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ 13-16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

เสนอหลักคิด 5T ได้แก่ Target, Transition, Transform, Transparency และ Together ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จุดประกายผู้ประกอบการไทย คว้าโอกาสใหม่จากโลกที่เปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก กระจายโอกาสสู่ SMEs ผ่านเวทีจับคู่ธุรกิจ

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงปลอดภัย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม วิกฤตพลังงาน และการมาถึงของ AI ที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการผลิต และการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งระบบ

โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ ซึ่งงาน SUBCON Thailand จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเป็นเวทีที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พบผู้ซื้อระดับโลก ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่และมาตรฐานใหม่ และได้ยกระดับตัวเองจากผู้ผลิตชิ้นส่วนตามคำสั่งซื้อ ไปสู่ผู้ร่วมสร้างโซลูชันให้กับอุตสาหกรรม และพันธมิตรของบริษัทระดับโลกในอนาคต

“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สะท้อนผ่านมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอ ในปี 2568 กว่า 1.8 ล้านล้านบาท และไตรมาสแรกของปี 2569 กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์แต่โจทย์ที่สำคัญคือ การขับเคลื่อนประเทศไทยให้สอดคล้องกับทิศทางโลกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการส่งเสริมลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ รวมถึงการใช้พลังงานสะอาด การสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ ครอบคลุมผู้ประกอบการทุกระดับ รวมถึงการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ”

อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนยอดขอรับการส่งเสริมเหล่านั้นให้กลายเป็นการลงทุนจริง (Real Investment) สร้างกำไรให้ธุรกิจ และส่งต่อผลประโยชน์ไปสู่ผู้ประกอบการ SME ตลอดจนประชาชนชาวไทย ดังนั้นรัฐบาลจึงมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการปลดล็อกกติกาที่เป็นอุปสรรคและปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะการดำเนินการผ่าน BOI Fast Passซึ่งทำหน้าที่เสมือนช่องทางด่วน (Easy Pass) ในการขับเคลื่อนการลงทุน โดยเข้าไปช่วยลดขั้นตอนและเร่งกระบวนการอนุมัติอนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น

“การปลดล็อกกติกาเหล่านี้ รัฐไม่ได้เสียเงินงบประมาณเลยสักบาทเดียว แต่เกิดจากความทุ่มเทของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ช่วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้มีความชัดเจนมาก โดยในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว การลงทุนภาคเอกชนกลับมาบวกเกิน 6% ดันจีดีพีจากที่คาดว่าจะโตเพียง 0.3% ขยับขึ้นมาเป็น 2.5% และในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เม็ดเงินลงทุนจริง เติบโตขึ้นถึง 18% ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการเร่งปลดล็อกอุปสรรคดังกล่าว”

ดร. เอกนิติ กล่าวว่า หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเพื่อให้สามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสในบริบทโลกยุคใหม่ คือหลัก 5T ได้แก่ Target การมุ่งเป้าใช้ทรัพยากรให้ตรงจุด, Transition การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจใหม่, Transform การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้การเติบโตถึง SMEs ชุมชน และแรงงาน, Transparency โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน และ Together การรวมพลังรัฐ เอกชน ประชาชน และผู้ประกอบการ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้ร่วมกับพันธมิตรจัดงาน SUBCON Thailand อย่างต่อเนื่องมาถึงปีที่ 20 เพื่อช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก โดยงานในปีนี้ มีความเข้มข้นมากขึ้นและสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืน และการกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตมากขึ้น รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน เป็นต้น

“วันนี้โลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการปรับห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในภูมิภาคที่จะรับโอกาสนี้ เพราะเรามีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ฐานอุตสาหกรรมที่สั่งสมมากว่า 50 ปี และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง สิ่งที่บีโอไอให้ความสำคัญ คือการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเชื่อมโยงกลุ่มผู้ประกอบการไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาลงทุน ในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ในอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน SUBCON Thailand ถือเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและการจับคู่ทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของอาเซียน งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าทั่วไป แต่คือ “Business & Technology Platform” ที่เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ AI และโซลูชันสีเขียวที่ตอบโจทย์ Supply Chain ยุคใหม่ได้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด Sourcing Innovation, Shaping Tomorrow เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...