ตาต่อตา ฟันต่อฟัน! "อิหร่าน" ประกาศตอบโต้เต็มรูปแบบ หากโรงไฟฟ้าถูกทำลาย
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน! "อิหร่าน" ประกาศตอบโต้เต็มรูปแบบ หากโรงไฟฟ้าถูกทำลาย
วันที่ 23 มี.ค. 2569 สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความร้อนแรงขึ้น หลังอิหร่านออกโรงเตือนพร้อมตอบโต้ ด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วภูมิภาค หากสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ตามคำขีดเส้นตายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้เวลา 48 ชั่วโมงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีเงื่อนไข
นายอิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการกลางคาทัม อัล อันบิยาห์ ของอิหร่าน ระบุว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านตกเป็นเป้าโจมตี อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการเล่นงานแหล่งพลังงานทั่วตะวันออกกลาง ที่เชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
นอกจากนั้น อิหร่านยังขู่จะโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองประเทศ โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลัง Donald Trump กดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะเริ่มโจมตีโรงไฟฟ้า โดยเล็งเป้าไปที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ก่อน
ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ได้แก่ โรงไฟฟ้าดามาวานด์ กำลังการผลิต 2,868 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าชาฮิด ซัลมี ในจังหวัดมอแซนแดรอน กำลังการผลิต 2,215 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชาฮิด ราจาอี กำลังการผลิต 2,043 เมกะวัตต์ ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
หากนับจากเวลาที่ Donald Trump โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 22 มี.ค. เวลา 06.44 น. ตามเวลาไทย อิหร่านจะมีเส้นตายจนถึงช่วงเช้าวันที่ 24 มี.ค. ในการดำเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ Ali Larijani อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เคยเตือนว่า หากโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติถูกโจมตี อิหร่านอาจเผชิญภาวะไฟฟ้าดับทั่วประเทศภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง
ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเคยตกเป็นเป้าการโจมตีมาแล้วในช่วงสัปดาห์ที่สองของสงคราม โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ขณะที่กรุงเตหะรานเผชิญการโจมตีอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งดิน น้ำ และอากาศ จนกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ
ตลอดช่วงความขัดแย้ง อิหร่านใช้กลยุทธ์ “ขู่ตอบโต้” อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เคยขู่โจมตีสถาบันการเงินของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน หากโครงสร้างพื้นฐานของตนถูกโจมตี
ขณะเดียวกัน Donald Trump เพิ่งประกาศว่าสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายทางทหารเร็วกว่ากำหนด และระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายต้องการเจรจา แม้ตนเองยังไม่พร้อมทำข้อตกลง
ด้านนานาชาติ ล่าสุดมี 22 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาติยุโรป รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีเรือพาณิชย์ และแสดงความพร้อมร่วมรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ Toshimitsu Motegi รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นอาจเข้ามามีบทบาทในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ หากทุกฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้