โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไหม” ยันไม่กระทบเยียวยา ฝ่ายค้านยื่นศาลตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ศิริกัญญา” ย้ำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่กระทบเยียวยาประชาชน รัฐบาลเดินหน้ากู้ได้เลย ยันพรรคประชาชน ยึดหลักการไม่ขยายอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จนกลายเป็น นิติสงคราม

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ในวันนี้ว่า พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวความยาวเพียง 5 หน้า โดยไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการกู้เงินหรือรายละเอียดโครงการที่จะใช้วงเงินดังกล่าว แตกต่างจากการขอสินเชื่อทั่วไปจากสถาบันการเงินที่ต้องมีเอกสารและรายละเอียดประกอบจำนวนมาก นอกจากนี้ยังแตกต่างจาก พ.ร.ก.กู้เงินในช่วงโควิด-19 ที่มีการกำหนดกลไกกลั่นกรองที่ประธานคณะกรรมการ คือ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)

สำหรับโครงสร้างคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการในครั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้คณะกรรมการกลั่นกรองมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน จากเดิมที่เลขาธิการสภาพัฒน์ทำหน้าที่ดังกล่าว ขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รับหน้าที่ประเมินโครงการ ส่งผลให้กระทรวงการคลังมีบทบาททั้งในฐานะผู้กู้ ผู้กลั่นกรอง และผู้ตรวจสอบในกระบวนการเดียวกัน

ทั้งนี้ บัญชีแนบท้ายของ พ.ร.ก. ระบุกรอบการใช้จ่ายไว้ในลักษณะกว้าง โดยแผนการเยียวยาระบุว่าจะครอบคลุมเกษตรกรและผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพียงโครงการเดียวใช้งบประมาณประมาณ 1.7 แสนล้านบาท หรือเกือบทั้งหมดของวงเงินสำหรับแผนดังกล่าว

ในส่วนของแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ พ.ร.ก. มีการกำหนดขอบเขตกว้างไปจนถึงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงาน ทำให้เกิดคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบรรจุไว้ในกฎหมายกู้เงินฉบับนี้ จึงเป็นเหตุให้ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญถึงความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกัน มีข้อสงสัยว่าหากฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. จะส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้ากู้เงินเพื่อเยียวยาประชาชนได้หรือไม่ ขอยืนยันว่ารัฐบาลสามารถเดินหน้ากู้เงินเพื่อเยียวยาได้ทันทีหลังจากนี้ โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล

เนื่องจากการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลเพียงชะลอกระบวนการอนุมัติจากรัฐสภาออกไปไม่เกิน 60 วันเท่านั้น และแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. บางส่วนขัดรัฐธรรมนูญ ก็อาจกระทบเฉพาะแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะที่รัฐบาลสามารถเดินหน้ากู้เงินในส่วนของแผนเยียวยาได้ก่อน

ส่วนข้อวิจารณ์เกี่ยวกับรูปแบบการแจกเงินเยียวยาที่ถูกมองว่าเป็นลักษณะ “สุ่ม” และ “เกือบถ้วนหน้า” ซึ่งอาจทำให้ผู้เดือดร้อนบางส่วนไม่ได้รับสิทธิหรือจำเป็นต้องรอการพิจารณาในรอบถัดไปนั้น มีความเห็นว่าควรใช้กลไกของรัฐสภาในการตรวจสอบและคัดค้าน มากกว่าการใช้กลไกศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแทรกแซง ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและกำลังรอความช่วยเหลือสามารถมั่นใจได้ว่ากระบวนการเยียวยาจะเดินหน้าต่อไป

นางสาวศิริกัญญากล่าวต่อว่า การยื่นคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านครั้งนี้ พรรคประชาชนยืนยันว่าเราใช้อำนาจที่มีในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายระดับ พ.ร.ก. ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเป็นขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามหลักการ แตกต่างกับกรณีที่มีนักร้องเจ้าประจำคอยยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง จนนำไปสู่การขยายขอบเขตอำนาจของศาล เป็นสิ่งที่เรียกว่า “นิติสงคราม” เพียงเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมในสิ่งที่เราต่อต้านและยังยึดหลักการเดินหน้าทำงานโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนและหลักการประชาธิปไตยระบบรัฐสภาแบบที่ควรจะเป็น เป็นที่ตั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไหม” ยันไม่กระทบเยียวยา ฝ่ายค้านยื่นศาลตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...