โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.แจง "ไวรัสฮันตา" ยังไม่พบในไทย หลังต่างประเทศพบผู้ติดเชื้อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพประกอบข่าว

กรมการแพทย์แจง “ฮันตาไวรัส” หลังพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงเรือสำราญในต่างประเทศ ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด ชี้เชื้อมักมาจากสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู เตือนหลีกเลี่ยงสัมผัสมูล-ปัสสาวะหนู พร้อมแนะวิธีป้องกันและสังเกตอาการเสี่ยง

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับการพบ ผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัส ที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญในต่างประเทศนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน

กรมการแพทย์ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับฮันตาไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู คนสามารถติดเชื้อได้จากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของหนูมักพบในพื้นที่อับปิด เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือไอและหายใจเหนื่อย ซึ่งในบางรายอาจมีอาการรุนแรงได้ แต่โดยทั่วไปถือเป็นโรคที่พบไม่บ่อย

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามมีรายงานในต่างประเทศว่าฮันตาบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Andes virus ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ อาจสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี เช่น การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าแพร่กระจายได้ง่ายในวงกว้างเหมือนโรคโควิด-19 ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากหนู

สำหรับแนวทางการรักษาในปัจจุบัน การรักษาหลักยังเป็นการรักษาประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ดูแลระบบหายใจ ควบคุมภาวะช็อก เฝ้าระวังภาวะปอดอักเสบหรือน้ำท่วมปอด หรืออวัยวะล้มเหลว ปัจจุบันมีงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่ศึกษาการใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir ต่อ Hantavirus โดยพบว่าอาจช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัสและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่ถือเป็นการรักษามาตรฐาน

วิธีป้องกันตนเองสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนู มูลหนู หรือปัสสาวะหนู ไม่ควรกวาดฝุ่นแห้งในพื้นที่ที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน เพราะอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรทำความสะอาดแบบเปียก ล้างมือบ่อย ๆ เก็บอาหารให้มิดชิด และดูแลบ้านหรือสถานที่เก็บของให้สะอาดเพื่อลดการสะสมของหนู

ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ไอ หรือหายใจเหนื่อย หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม

กรมการแพทย์ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวันและการรักษาความสะอาดภายในบ้าน เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อที่มาจากสัตว์ฟันแทะได้

เห็นชอบศึกษาการกำหนดเป็นโรคติดต่ออันตราย

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุม

โดยเห็นชอบแนวทางรองรับสถานการณ์ “ไวรัสฮันตา” เชื่อมโยงกับเรือสำราญในเส้นทางแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ มอบหมายให้กรมควบคุมโรคประสานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และจัดทำการประเมินความเสี่ยง ข้อเสนอทางวิชาการ ตลอดจนเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง ห้องปฏิบัติการ แนวทางตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และการสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม

สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง คือมีอาการปอดอักเสบ หายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน มีอัตราป่วยตายสูงประมาณ 30-40% มีรายงานการแพร่ระหว่างคนในบางสายพันธุ์ เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศ ยังไม่มีการรักษาจำเพาะและไม่มีวัคซีนใช้แพร่หลายทั่วโลก

“สำหรับประเทศไทยยังไม่พบการระบาดในประเทศ มีข้อมูลวิจัยพบสัตว์ฟันแทะที่เป็นพาหะของเชื้อ ขณะนี้มีมาตรการที่ดำเนินการ คือ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศได้เข้มงวดเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ที่มีรายงานโรค ประสานข้อมูลกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด , ระบบเฝ้าระวังภายในประเทศ ได้แจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพิ่มการคัดกรองและสอบสวนโรค เน้นผู้มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ,การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ โดยไทยมีศักยภาพรองรับการตรวจวินิจฉัยไวรัสฮันตา , การสื่อสารความเสี่ยง สื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำว่าไม่ได้แพร่ติดต่อง่ายเหมือนโควิด 19 หรือไข้หวัดใหญ่ แนะนำป้องกันตนเองจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน และการประเมินความเสี่ยง ประชาชนทั่วไปมีควาเมสี่ยงต่ำ เชิงระบบสาธารณสุขต้องเฝ้าระวัง” นายพัฒนากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สธ.แจง “ไวรัสฮันตา” ยังไม่พบในไทย หลังต่างประเทศพบผู้ติดเชื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...