โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรฯ ชู มาตรการลดการใช้ปุ๋ยเคมี รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง หนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัตราส่วน 70 ต่อ 30

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกษตรฯ ชู มาตรการลดการใช้ปุ๋ยเคมี รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง หนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัตราส่วน 70 ต่อ 30

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารในสังกัดกระทรวงและสหกรณ์ถึงแนวทางการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ที่ประชุมได้รับถึงสถานการณ์และผลกระทบต่อภาคการเกษตรของไทย โดยประเด็นสำคัญคือในเรื่องพลังงาน ที่ขณะนี้มีราคาที่สูงขึ้นและกระทบต่อทุนและวิถีชีวิตของเกษตรกร เช่นเดียวกับในเรื่องของปัจจัยการผลิตที่สำคัญในภาคการเกษตรคือปุ๋ยเคมี ที่ขณะนี้มีความต้องการใช้สูงเพราะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตและเตรียมสำหรับเริ่มฤดูกาลผลิตใหม่ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญ โดยกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลปัจจัยดังกล่าวไม่ให้เกษตรกรขาดแคลน

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงการดูแลเกษตรกรแบบมุ่งเป้า โดยมุ่งเน้นในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะเกษตรกรกลุ่มเปราะบาง ประกอบกับในขณะนี้อยู่ในช่วงของการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรัง ที่จะต้องมีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องจักรกลทางการเกษตรเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วนโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกที่เกษตรกรต้องเร่งเก็บผลผลิตเพื่อรับมือกับฤดูฝน ที่กำลังจะมาถึง พร้อมกำหนดระยะเวลาให้หน่วยงานในสังกัดรวบรวมข้อมูลและผลกระทบต่อภาคการเกษตรให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน เพื่อนำข้อมูลมาบูรณาการและกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรร่วมกัน

อีกทั้งมอบ หมายให้กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่ สร้างความเข้าใจต่อเกษตรกรในการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับ ความต้องการพืช โดยขอความร่วมมือให้เกษตรกรปรับสัดส่วนในการใช้ปุ๋ยเคมีและเพิ่มสัดส่วนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตราส่วน 70 ต่อ 30 ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนเกษตรกรและชะลอการใช้วัตถุดิบปุ๋ยเคมึที่ขณะนี้มีอย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับในส่วนของภาคปศุสัตว์ ได้สั่งการให้มีเตรียมความพร้อมด้านพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ และการดูแลสุขภาพสัตว์ ขณะที่ภาคประมงมีการประสานการใช้น้ำมัน B20 เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ชาวประมงประมาณ 5 บาทต่อลิตร รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ ในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และในส่วนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ก็จะมีการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบ่อบาดาลและพลังงานเพื่อลดต้นทุนการผลิต

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์พิจารณาการจัดตั้งสหกรณ์บริการด้านเครื่องจักรกลการเกษตรและโลจิสติกส์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการจัดหารถเกี่ยวข้าวให้เพียงพอในช่วงเก็บเกี่ยว เนื่องจากสินค้าเกษตรไม่สามารถรอเวลาได้ และยิ่งล่าช้ายิ่งเสี่ยงต่อความเสียหายต่อผลผลิตเกษตรกร พร้อมทั้งมีแนวทางที่จะออกหนังสือไปถึงกระทรวงพลังงานเพื่อขอความร่วมมือในการดูแลปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการในภาคเกษตร

โดยเน้นให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างทันท่วงที แม้ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาดก็ตาม พร้อมเตรียมประสานกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดร่วมดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ โดยให้หน่วยงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ทั้งนี้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า กระทรวงฯ จะ ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์ ย้ำว่าการแก้ไขปัญหาจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ในด้านราคา และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรฯ ชู มาตรการลดการใช้ปุ๋ยเคมี รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง หนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัตราส่วน 70 ต่อ 30

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...