โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับกุมอดีตนายกฯ เนปาล เซ่นปมปราบม็อบประท้วง Gen Z ปี 2025 ชี้ไม่พยายามยุติเหตุรุนแรง

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
จับกุมอดีตนายกฯ เนปาล เซ่นปมปราบม็อบประท้วง Gen Z ปี 2025 ชี้ไม่พยายามยุติเหตุรุนแรง

เค.พี. ชาร์มา โอลี (K. P. Sharma Oli) อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล ถูกจับกุมในข้อหา ‘ประมาทเลินเล่อ’ หลังถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถยุติความรุนแรงในการประท้วงขับไล่รัฐบาลของกลุ่ม Gen Z เมื่อเดือนกันยายน 2025 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

วันนี้ (28 มีนาคม) สื่อต่างประเทศรายงานว่า โอลี และ ราเมช เลคฮัก (Ramesh Lekhak) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในเนปาล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวตามข้อเสนอของคณะกรรมการสอบสวนเหตุความรุนแรง ที่แนะนำให้ดำเนินคดีกับอดีตรัฐบาลจากกรณีสลายการชุมนุมปี 2025

ทั้งนี้ สุดัน กูรัง (Sudan Gurung) รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในเนปาลคนใหม่ ประกาศการจับกุมตัวอดีตผู้นำผ่านโซเชียลมีเดียว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และการจับกุมครั้งนี้ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความยุติธรรม

ด้าน โอม อธิการิ (Om Adhikari) โฆษกตำรวจเนปาลเปิดเผยว่า ทั้งสองถูกควบคุมตัวที่สำนักงานตำรวจกรุงกาฐมาณฑุ และจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันอาทิตย์ โดยยืนยันว่าการจับกุมเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการสอบสวน

ขณะที่ ทิคาราม ภัตตาไร (Tikaram Bhattarai) ทนายความของโอลีระบุว่า การจับกุมไม่เหมาะสมและขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากไม่มีเหตุอันควรที่เชื่อได้ว่า อดีตรัฐมนตรี 2 รายจะหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงการให้ปากคำ พร้อมเปิดเผยว่า โอลีมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไตและถูกส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลหลังการจับกุม

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจาก บาเลนทรา ชาห์ (Balendra Shah) นายกรัฐมนตรีเนปาลคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง จากการคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในฐานะผู้แทนพรรค Rastriya Swatantra Party (RSP) ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ก่อนหน้านี้ รายงานสอบสวนที่รั่วไหลระบุว่า คณะกรรมการฯ เสนอให้ดำเนินคดีกับโอลี เลคฮักและผู้บัญชาการตำรวจในขณะนั้น โดยอาจมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี จากบทบาทในการปราบปรามการประท้วงชุมนุมของกลุ่ม Gen Z เพื่อขับไล่รัฐบาล ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย

รายงานยังชี้ว่า แม้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีคำสั่งให้ยิง แต่รัฐบาลในขณะนั้นไม่พยายามยับยั้งหรือควบคุมสถานการณ์ ส่งผลให้ความรุนแรงลุกลาม และมีผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้เยาว์

ภาพ: Navesh Chitrakar / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...