โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ครบ 1 ปีแผ่นดินไหว สานพลังไทย-ญี่ปุ่น เสริมแกร่งรับมือภัยพิบัติ

เดลินิวส์

อัพเดต 28 มีนาคม 2569 เวลา 18.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหว : การยกระดับความร่วมมือญี่ปุ่น-ไทย สู่สังคมที่มีความยืดหยุ่นและเข้มแข็ง บทความโดย นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

ในโอกาสครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวซึ่งเกิดขึ้นบริเวณภาคกลางของประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ได้ตอกย้ำถึงความเป็นจริงที่ว่า แผ่นดินไหวสามารถก่อให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรง แม้แต่ในประเทศไทยซึ่งมีความเสี่ยงต่ำโดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ

ในโอกาสนี้ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อความทุ่มเทของทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร การพัฒนาศักยภาพในการรับมือภัยพิบัติ ตลอดจนการส่งเสริมและยกระดับการตระหนักรู้ด้านการป้องกันภัยพิบัติของประชาชน ซึ่งครอบคลุมในหลากหลายมิติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งขยายตัวของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดการตระหนักรู้ ถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาปรับปรุงมาตรการรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ

ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะประเทศที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวอยู่เป็นประจำ ได้สั่งสมประสบการณ์และความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติมาอย่างยาวนาน เช่น การกำหนดมาตรฐานอาคารต้านทานแผ่นดินไหว การปรับปรุงโครงสร้างอาคารให้มีความทนทาน ระบบเตือนภัยล่วงหน้า การให้การศึกษาด้านการป้องกันภัย ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในระดับพื้นที่ ความพยายามเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริม “การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า” อย่างรอบด้าน ซึ่งมิใช่เพียงมาตรการเชิงระบบหรือเชิงเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างสังคมที่มีศักยภาพในการเผชิญและก้าวข้ามภัยพิบัติได้อย่างเข้มแข็ง

ภายหลังการเกิดเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนประเทศไทยอย่างเร่งด่วน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้คำร้องขอของรัฐบาลไทย เช่น การส่งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างและโยธา เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประเมินและรับรองความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร ตลอดจนการดำเนินโครงการฝึกอบรมและการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในด้านการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น ( JICA ) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย

ยิ่งไปกว่านั้น จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ประเทศญี่ปุ่นยังได้ให้การสนับสนุนด้านมนุษยธรรมผ่านการมอบสิ่งของช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมทั้งเดินหน้าความร่วมมือในระยะกลางและระยะยาว เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและการเสริมสร้างศักยภาพด้านการป้องกันภัยพิบัติ โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องความร่วมมือในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรับมือภัยพิบัติ การบูรณะฟื้นฟู ตลอดจนการลดความเสี่ยงในอนาคตอย่างเป็นระบบอย่างไร้รอยต่อ

ในด้านความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญในสาขาการป้องกันภัยพิบัติและแผ่นดินไหวของทั้งสองประเทศ ได้แบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนบุคลากร ซึ่งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและมหาอุทกภัยในครั้งนี้ ได้ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือดังกล่าวให้ยิ่งแน่นแฟ้น

การยกระดับความร่วมมือในด้านเฉพาะทางเช่นนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนทั้งการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนำไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งมุ่งหวังว่าจะสนับสนุนความพยายามในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว หากแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสั่งสมมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมือง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ผ่านมา ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้เกิดการประสานงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในยามที่เกิดภัยพิบัติ

นอกจากนี้ การป้องกันภัยพิบัติ ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการรับมือกับภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ความต่อเนื่องของกิจกรรมทางธุรกิจมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเสถียรภาพของสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาและเสริมสร้างบทบาทในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน การดำเนินมาตรการด้านการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ภัยพิบัติ มิใช่เพียงโอกาสในการหวนรำลึกถึงอดีต หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนและยืนยันความพร้อมสำหรับอนาคต แม้ภัยธรรมชาติจะไม่อาจป้องกันได้โดยสิ้นเชิง แต่เราสามารถลดทอนความเสียหายให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดได้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความพยายามร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่น และประชาคมระหว่างประเทศ

ประเทศญี่ปุ่น มุ่งมั่นที่จะเดินเคียงข้างประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นและเข้มแข็งต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การก้าวไปสู่สังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...