โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพง เงินเฟ้อ และสงครามอิหร่านแบบ'เล่าปี่ ผู้พนมมือให้แก่ชนทุกชั้น'

The Better

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

เมื่อผมเห็นคุณอนุทิน นายกรัฐมนตรี พนมมือไหว้สวยเพื่อขอโทษประชาชนก็เกิดนึกถึงบุคคลคนหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ เล่าปี่

ไม่ใช่เพราะคุณอนุทินมีคุณสมบัติเหมือนเล่าปี่ แต่เพราะ "ไหว้สวย" เหมือนเล่าปี่

ดีไม่ดีจะไหว้สวยด้วยเหตุผลทางการเมืองเหมือนกันเสียอีก

'เล่าปี่ ผู้พนมมือให้แก่ชนทุกชั้น' เป็นสมญานามของเล่าปีที่ตั้งให้โดย 'ยาขอบ' หรือโชติ แพร่พันธุ์ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของไทยในหนังสือชุด 'สามก๊กฉบับวนิพก'

ทำไมเล่าปี่ถึงเป็นผู้พนมมือให้แก่ชนทุกชั้น? เพราะเขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนโดยธรรมชาติหรือ? ก็อาจเป็นไปได้ แต่ก็อาจเป็นเพราะเขารู้จักบริหารความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยเหมือนกัน

นั่นแปลว่าเล่าปี่ทำเป็นมือไม้อ่อนเพื่อที่ทำให้เป้าหมายใจอ่อน แล้วเขาจะได้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้

แต่ 'ยาขอบ' เขียนเรื่องเล่าปี่โดยอิงกับเนื้อหาของ 'นิยายสามก๊ก' ซึ่งแต่งขึ้นมาโดยอิงกับความจริงบางส่วนและส่วนมากเป็นเรื่องจินตนาการขึ้นมา

เราจะรู้ได้ว่าเล่าปี่เป็นคนเที่ยงแท้หรือเจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหนต้องพิจารณาเอาจากบันทึกประวัติศาสตร์ หรือ 'พงศาวดารสามก๊ก'

ตัวตนของเล่าปี่ในพงศาวดารสามก๊กมีคนพูดถึงกันพอสมควรแล้ว แต่เรื่องหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือนโยบายเศรษฐกิจของเล่าปี่หรือรัฐบาลจ๊กก๊ก

เวลาศึกษาประวัติศาสตร์ คนส่วนใหญ่มักมองข้ามประวัติศาสตร์ในแง่มุมเศรษฐกิจ ทำให้พลาดโอกาสที่จะวิเคราะห์ความมั่นคงและการล่มสลายของรัฐอย่างครอบคลุม

จ๊กก๊กของเล่าปี่นั้นมีอายุยืนนานอยู่ได้ ไม่ใช่เพราะหลบอยู่ในเสฉวนเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งเพราะนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

ในสภาพข้าวยากหมากแพงและน้ำมันขาดแคลนเช่นนี้ ผมเห็นว่าควรจะพูดถึงนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของเล่าปี่แบบ "พนมมือไหว้เพื่อแก้ปัญหา" กันดูบ้าง

หลังจากเล่าปี่กรีฑาทัพเข้ามายึดเสฉวนหรือจ๊กก๊กแล้ว สิ่งแรกๆ ที่เขาทำคือ ดึงเอาความมั่งคั่งมาไว้กับตัว

คนส่วนใหญ่เห็นว่าจ๊กก๊กนั้นอุดมสมบูรณ์ทั้งยังแวดล้อมด้วยปราการธรรมชาติ ให้นั่งๆ นอนๆ อยู่ในจ๊กก๊กก็ไม่อดตายหรือถูกรุกรานง่ายๆ ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่ถูก

เพราะรากฐานของรัฐไม่ได้อยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารและยึดกุมความมั่งคั่งเอาไว้ในมือชนชั้นนำด้วย

ในพงศาวดารสามก๊ก บันทึกเอาไว้ว่า

"เมื่อเล่าปี่โจมตีเล่าเจี้ยงเป็นครั้งแรก เขาได้ทำข้อตกลงกับกองทัพว่า "หากเรื่องนี้ยุติลง ข้าจะไม่ขอรับทรัพย์สินใดๆ ในคลัง" อย่างไรก็ตาม หลังจากยึดเฉิงตูได้ กองทัพของเขาก็รีบทิ้งอาวุธและรีบไปที่คลังเพื่อยึดทรัพย์สมบัติ กองทัพขาดแคลนเสบียง ซึ่งทำให้เล่าปี่วิตกกังวลอย่างมาก เล่าป๋าจึงกล่าวว่า "ง่ายๆ เราควรผลิตเหรียญกษาปณ์มูลค่าหนึ่งร้อยเหรียญต่อเหรียญ ควบคุมราคา และให้ข้าราชการจัดการตลาด" เล่าปี่ทำตามคำแนะนำของเขา และภายในไม่กี่เดือน คลังก็เต็มไปด้วยเงิน"

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าเล่าเจี้ยงเป็นผู้ปกครองเอ๊กจิ๋วหรือดินแดนจ๊กก๊ก เล่าปี่ไปตีดินแดนของเล่าเจี้ยงมาได้และยังได้บริวารของเล่าเจี้ยงคือเล่าป๋ามาช่วยราชการด้วย เล่าป๋าคนนี้มีความช่ำชองในเรื่องแผนการเศรษฐกิจ จึงได้เสนอแนะเรื่องข้างต้นให้เล่าปี่

เล่าป๋าเสนอว่าอะไร? เขาเสนอว่า ก่อนที่จะรบกับเล่าเจี้ยง เล่าปี่แสดงความเป็นคนใจกว้างโดยบอกกับลูกน้องที่อดอยากปากแห้งมานานว่า จะไม่ขอรับทรัพย์สินใดๆ เมื่อบุกเข้าตีดินแดนได้ ซึ่งหมายความว่าจะยกทรัพย์ทั้งหมดให้ทหารนั่นเอง แต่ครั้นตีเมืองได้แล้ว พวกทหารกรูกันเข้าไปจะชิงทรัพย์สิน เล่าปี่ก็เกิดเสียดายว่า ได้แผ่นดินมาแล้วแต่ไม่มีทรัพย์สินในคลังเหลือจะบริหารประเทศเปล่าๆ ได้อย่างไร? แต่จะตระบัดสัตย์ก็ไม่ได้ ดังนั้น เล่าป๋าจึงเสนอให้เล่าปี่ผลิตเหรียญกษาปณ์ออกมาแล้วกำหนดนโยบายบริหารเหรียญกษาปณ์เหล่านั้น

มาถึงตอนนี้หลายคนคงสงสัยแล้วว่าการผลิตเหรียญกษาปณ์เกี่ยวอะไรกับการช่วงชิงทรัพย์ในคลังที่เล่าปี่ให้ทหารไปแล้ว?

สิ่งที่เล่าป๋าเสนอคือให้เล่าปี่ผลิตเหรียญกษาปณ์ที่มีค่าเงินสูงๆ คือ 1 เหรียญมีค่าเท่ากับเหรียญกษาปณ์เดิม 100 เหรียญที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของเสวฉวนในวลานั้น

ในเวลานั้นเงินเหรียญกษาปณ์ในจ๊กก๊กยังไม่ใช่ Fiat money หรือเงินตราที่ไม่มีมูลค่าในตัวเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดย Fiat money คือเงินตราที่ใช้วัตถุอะไรก็ได้ที่รัฐกำหนดไว้มาเป็นตัวแทนค่าเงิน แต่เหรียญกษาปณ์ทองแดงของจ๊กก๊กยังใช้ทองแดงที่มีค่าในตัวเองด้วย เล่าป๋าและเล่าปี่จึงพบช่องโหว่แรก นั่นคือ เหรียญกษาปณ์ใหญ่ที่ผลิตขึ้นใหม่จะใหญ่แค่ตัวเลขหน้าเงิน แต่ปริมาณทองแดงที่นำมาผลิตจะน้อยกว่าเหรียญกษาปณ์เดิมถึง 100 เท่า เมื่อเหรียญใหม่หมุนเวียนในตลาดแทนที่เหรียญเก่า รัฐก็จะได้ทองแดงส่วนเกินไปเป็นกำไรมากมายมหาศาล

เหรียญรุ่นใหม่นี้เรียกว่า 'จื้อไป่ อู่จู๋' (直百五铢) แปลว่า 'ห้าบาทหนึ่งร้อยเหรียญ' คือ หนึ่งเหรียญใหม่นี้มีค่าเท่ากับเหรียญห้าเก่าจำนวนร้อยเหรียญ

นี่จึงถือเป็น Fiat money ตัวแรกๆ ของโลกเลยก็ว่าได้

นี่เป็นต่อที่หนึ่ง

ต่อที่สองสำคัญกว่า

เมื่อเล่าปี่ให้ระบายเหรียญใหม่ออกไป เพราะมูลค่าหน้าเหรียญของมันที่สูงมาก (แต่คุณค่าแท้จริงของทองแดงน้อยลง) ทำให้รัฐบาลจ๊กก๊กสามารถซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลงทั้งยังมีเงินเข้าคลังมากขึ้น ดังนั้น พงศาวดารสามก๊กจึงกล่าวว่า "ภายในไม่กี่เดือน คลังก็เต็มไปด้วยเงิน"

ต่อที่สามยิ่งสำคัญ

เพราะการหมุนเวียนเหรียญใหม่ ทำให้เล่าปี่สามารถดึงเอาความมั่งคั่งที่ทหารของเขาชิงไปจากคลังของเล่าเจี้ยงกลับคืนมาได้ แม้ว่าทหารของเขาจะได้ทรัพย์สินไปจากคลัง แต่เมื่อนำทรัพย์นั้นไปแลกหมุนเวียนในตลาด ก็เท่ากับตกอยู่ในกลไกของเหรียญรุ่นใหม่ ทำให้ทรัพย์ที่เล่าปี "ยกให้" ทหารเล่านั้นในที่สุดก็หมุนเวียนกลับมาสู่คลังหลวงในที่สุด

เรื่องนี้ถือเป็นความสำเร็จทางการคลังของเล่าปี่จากมันสมองของเล่าป๋า

แต่คนรุ่นหลังที่อ่านประวัติศาสตร์มองว่าเป็นการทำนาบนหลังคนและใช้เล่ห์เหลี่ยมเกินไปหน่อย

เรื่องนี้สะท้อนความเป็น 'เล่าปี่ ผู้พนมมือให้แก่ชนทุกชั้น' ตรงไหน?

ก่อนจะบุกเสวฉวน เล่าปี่ต้องง้อทหารหาญที่ที่ต้องทนทุกข์ยากมากับเขาและขาดแคลนไปหมดทุกสิ่ง ถึงกับประกาศจะยกทรัพย์ในคลังให้หมดถ้าตีเมืองได้

นี่ไม่ใช่การพนมมือไหว้แบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการวิงวอนทหารผู้น้อยโดยใช้ความมั่งคั่งมาเป็นตัวล่อ

เมื่อใช้ความมั่งคั่งมากระตุ้น ทหารก็ย่อมต้องรบแบบถวายชีวิต

พอชนะแล้ว เล่าปี่กลับพบว่าได้แว่นแคว้นมาแต่บริหารไม่ได้เพราะขาดเงิน แบบนี้มีหวังถูกกองทัพอื่นช่วงชิงดินแดนไปอีกแหงๆ เพราะหากจะสั่งทหารรบอีกก็จะไม่มีเงินเป็นตัวล่อ ใครที่ไหนจะถวายหัวรบได้ให้อีก?

กระนั้น เลยเขาจึงต้องอาศัยนโยบายทางการเงินที่ดูดเอาความมั่งคั่งของทหารและประชาชนมาไว้ที่รัฐ

การกระทำแบบนี้ หากคิดในแง่ร้ายหน่อยคงต้องบอกว่าเล่าปี่เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก

แต่หากคิดในแง่ดี เล่าปี่คงเป็นคนซื่อๆ ที่อยากจะได้ใจทหารจึงยอมยกทรัพย์ของหลวงให้หมด (ที่จริงแล้วการรบไม่ว่าจะที่ไหนๆ รัฐหรือประมุขต้องเป็นคนควบคุมและกระจายทรัพย์และปูนบำเหน็จ) แต่พอซื้อใจแล้วกลับพบว่าสถานการณ์ของรัฐจะไม่รอดเอา ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีที่แนบเนียนในการซื้อทรัพย์กลับมาแบบได้กำไรเห็นๆ

หากเป็นแบบหลัง เล่าปี่ถือเป็นคนที่รอบคอบน้อยไปหน่อย แต่ยังดีที่ได้ 'ซาร์เศรษฐกิจ' มาช่วยงาน นั่นคือ เล่าป๋า

มีเล่าป๋าเอาไว้ เล่าปี่ก็อุ่นใจ เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนเงินในคลัง

แต่ในกรณีที่ประชาชนไม่พอใจขึ้นมา (หากพบว่าถูกเล่าปี่หลอก) เล่าปี่ก็สามารถโทษเล่าป๋าได้ เหมือนที่โจโฉโยนบาปการลดทอนเสบียงแล้วลงโทษอองเฮาผู้เป็นนายเสบียง

แล้วพนมมือไหว้ประชาชนงามๆ เพื่อขอโอกาสในการแก้ไข

คน (ภาพลักษณ์) ดีอย่างเล่าปี่มีหรือที่ประชาชนจะไม่ให้อภัย?

อุทธาหรณ์ของเหรียญเงินเล่าปี่กับราคาน้ำมัน
หลังจากใช้เงินเหรียญค่าในตัวเองต่ำแต่ตัวเลข (ปลอม) สูงจนดึงเอาความมั่งคั่งมาไว้ในมือได้แล้ว เล่าปี่ก็สามารถควบคุมความมั่งคั่งเอาไว้ใรมือได้ง่ายขึ้น แต่อาวุธทางเศรษฐกิจเช่นนี้ยังมีแสนยานุภาพที่เล่าปี่คาดไม่ถึงรออยู่อีก

นั่นคือการใช้มันเพื่อระดมทุนทำสงคราม

หลังจากเกิดความขัดแย้งกับง่อก๊กจนนำไปสู่ต้นเหตุของยุทธการที่อิเหลง เล่าปี่ก็ร้อนเงินอย่างหนักเพราะต้องอาศัยทุนไปรบ ดังนั้นจึงยิ่งผลิตเหรียญกษาปณ์ออกมาเพื่อใช้จ่าย

การกระทำของเล่าปี่จึงไม่ผิดอะไรกับสหรัฐอเมริกาที่ปั๊มเงินออกมามากมายเพื่อระดมทุนทำสงคราม

ที่สหรัฐฯ ทำได้ก็เพราะเงินดอลลาร์ได้รับการยอมรับในฐานะตัวกลางทางการเงินของโลก ตราบใดที่ดอลลาร์มีสถานะนั้น ต่อให้สหรัฐฯ พิมพ์เงินออกมาเท่าไรตลาดก็ยังต้องการ

เงิน 'จื้อไป่ อู่จู๋' ของเล่าปี่ก็มีสถานะเดียวกันกับดอลลาร์อย่างน่าประหลาด

ในยุคสามก๊กที่แบ่งออกเป็นจ๊กก๊ก (เล่าปี่) วุยก๊ก (โจโฉ) และง่อก๊ก (ซุนกวน) แม้จะแบ่งแผ่นดินกันปกครอง แต่ยังถือเป็นระบบเศรษฐกิจเดียวกันมีตลาดเดียวกันและมีเงินสกุลเดียวกันคือเหรียญกษาปณ์อู่จู๋ของราชวงศ์ฮั่น

แต่เมื่อเล่าปี่ปล่อยเหรียญกษาปณ์ 'จื้อไป่ อู่จู๋' ที่มีค่าเป็นร้อยเท่าของเงินห้าบาท (อู่จู๋) ระบบการเงินของวุยก๊กและง่อก๊กก็ต้องการเงินเล่าปี่ไปด้วย แม้ว่าเงินอู่จู๋จะมีค่าของทองแดงสูงกว่าก็ตาม แต่ตอนนี้ผู้คนสนใจค่าหน้าเหรียญ (face value) ที่กำหนดขึ้นมาโดยผู้ผลิตมากกว่า

นี่เรียกว่า Gresham's law ที่มีหลักการว่า "เงินแย่ไล่เงินดี" (bad money drives out good) ออกไปจากกระแสการเงิน

เงินแย่หมายถึงเงินที่กำหนดค่าขึ้นมาโดยไม่ได้อิงกับค่าของการเป็นตัวกลางหรือค่าของโลหะที่นำมาเป็นเหรียญ เงินดีหมายถึงเงินที่อิงกับค่าของโลหะ เพราะผู้คนมองว่าค่าหน้าเงินมันเย้ายวนใจกว่า จึงสละเงินดีทิ้งแล้วเอาเงินแย่มาใช้แทน

เมื่อเงินแย่ (จื้อไป่ อู่จู๋) หมุนเวียนในก๊กทั้งสาม เงินดี (อู่จู๋) จึงถูกเก็บเข้ากรุ ถูกหลอม แม้แต่ถูกนำมาทำเป็นเงินแย่

ผลของเรื่องนี้คืออะไร?

เล่าปี่ไม่เพียงดูดเอาทรัพยากรของก๊กอื่นๆ มาด้วยมูลค่าที่ต่ำกว่าความจริงเท่านั้น แต่ยังสามารถโยกเงินเฟ้อไปไว้ในก๊กอื่นๆ ได้ด้วย

การปั๊มเงินตามใจชอบนั้น สิ่งที่ตามมาควรจะเป็นปัญหาเงินเฟ้อใช่หรือไม่? มันจะไม่เป็นเช่นนั้นหากเงินที่ปั๊มออกมาเป็นสกุลเงินหลักของโลก และผู้คนต้องการสกุลเงินนั้นอย่างไม่ขาดสาย

เล่าปี่จึงสามารถระดมทุนทำสงครามได้ด้วย และยังบั่นทอนเศรษฐกิจของก๊กอื่นๆ ได้ด้วยโดยการใช้จื้อไป่ อู่จู๋ดึงเอาทรัพยากรของคู่แข่งเข้ามาและโยกเงินเฟ้อออกไป

นี่เป็นลักษณะเดียวกับที่สหรัฐฯ ทำในเวลานี้

นั่นคือผลิตดอลลาร์ออกมาเพื่อทำสงคราม และใช้สงครามนั้นช่วงชิงทรัพยากรของชาติอื่น เช่น การรุกรานเวเนซุเอลาและอิหร่านอันเป็นแหล่งน้ำมันของโลก ในเวลาเดียวกันก็โยกเงินเฟ้อให้ชาวโลกรับผิดชอบไปด้วย

อิหร่านนั้นเคยพึ่งพาดอลลาร์จากการค้าน้ำมัน (Petrodollar) จนกระทั่งกลายเป็นจุดอ่อนเพราะผูกค่าเงินของตนไว้กับดอลลาร์ เมื่อถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรจึงทำให้ดอลลาร์ขาดมือและสกุลเงินของตอนตกต่ำ กระทั่งเกิดวิกฤตภายในจนรัฐบาลเกือบจะถูกโค่นล้ม

จังหวะนี้เองที่สหรัฐฯ เข้ามาโจมตีอิหร่าน

แต่มันกลับเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา ซึ่งอยู่นอกเหนือการคำนวณของสหรัฐฯ

เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นกับเล่าปีมาแล้ว แม้จะสามารถระดมทุนเพื่อทำสงครามในยุทธการที่อิเหลง (หรือยุทธการที่จูเต๋ง) กับง่อก๊ก แม้จะเหนือกว่าในแง่การควบคุมการเงิน แต่เล่าปี่กลับแพ้ในทางยุทธศาตร์ จนกระทั่งเล่าปี่ต้องเสียชีวิตในที่สุด

นั่นแสดงว่า แม้จะควบคุมกระแสเงินได้ แต่หากผู้นำไม่คิดหน้าคิดหลังในเรื่องการทหาร ก็อาจจะพบกับความพ่ายแพ้ได้เหมือนกัน

ผลก็คือจ๊กก๊กเสียทั้งผู้นำและเสียทั้งเงินในคลังที่เอาไปทำสงคราม

หากไม่ได้จูกัดเหลียงขงเบ้งคอยประคองไว้ จ๊กก๊กชะตาขาดไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

แม้แต่ขงเบ้งเองก็ยังต้องคารวะในความแหลมคมของเล่าป๋าโดยบอกว่า "ในด้านการวางกลยุทธ์อยู่เบื้องหลัง ข้าด้อยกว่าจื่อจู (ชื่อรองของเล่าป๋า) มาก"

สหรัฐอเมริกาในเวลานี้ ทรัมป์เทียบไม่ได้กับเล่าปี่ในเรื่องบารมี ไม่มีคนปราดเปรื่องอย่างขงเบ้ง และยิ่งไม่มีมันสมองทางการเงินอย่างเล่าป๋า

จะพินาศเอาง่ายๆ นะครับแบบนี้

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - เล่าปี่ จากภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง 'สามก๊ก' ปี 1994 เผยโดย TVB Thailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...