โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นายกฯ สิงคโปร์ จี้อาเซียนรับรองข้อตกลงพลังงาน-การค้า รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 37 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 37 นาทีที่แล้ว • The Bangkok Insight

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เรียกร้องอาเซียนรับรองข้อตกลงพลังงาน-การค้า เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน เตือนเอเชียจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากวิกฤติตะวันออกกลาง เนื่องจากพึ่งพาพลังงาน และสินค้าสำคัญจากอ่าวเปอร์เซียสูง

วันนี้ (8 พ.ค.) นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวในการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 48 ว่า อาเซียนจำเป็นต้องเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานร่วมกัน และเพิ่มความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเตรียมรับมือกับโลก ที่เผชิญความปั่นป่วน และแรงกระแทกมากขึ้น

ข้อตกลงพลังงาน-การค้า

นายหว่องกล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนรักษาความเป็นเอกภาพ ท่ามกลางวิกฤติดังกล่าว

ผู้นำสิงคโปร์เรียกร้องให้มีการรับรองข้อตกลงความมั่นคงด้านปิโตรเลียมของอาเซียนโดยเร็ว ซึ่งมีการต่ออายุล่าสุดในปี 2568 โดยระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มเครื่องมือให้อาเซียนสามารถรับมือวิกฤติพลังงานได้ดีขึ้น เนื่องจากเปิดทางให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนความต้องการด้านน้ำมัน และก๊าซระหว่างกัน ในช่วงที่เกิดปัญหาการจัดหาพลังงาน

อาเซียนควรพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค โดยรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของอาเซียนกำลังหารือแนวคิดต่าง ๆ รวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสำรองเชื้อเพลิงระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เร่งผลักดันโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน ซึ่งเป็นแผนเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของประเทศสมาชิก เพื่อให้สามารถซื้อขายไฟฟ้าส่วนเกิน และแบ่งปันกำลังสำรองระหว่างกันได้

"สิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือปัญหาการหยุดชะงักด้านอุปทาน และแรงกระแทกจากภายนอกในอนาคต รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน"

ด้านห่วงโซ่อุปทาน นายหว่องระบุว่า อาเซียนควรเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการค้าภายในภูมิภาค โดยเฉพาะสินค้าสำคัญอย่างอาหาร โดยอาเซียนมีสัดส่วนเกือบ 10% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั่วโลก และควรใช้จุดแข็งดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น

นายหว่องยังเรียกร้องให้มีการรับรองความตกลงการค้าสินค้าอาเซียนฉบับปรับปรุงใหม่โดยเร็ว หลังมีการลงนามไปเมื่อเดือนต.ค. 2568 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในปีนี้

ความตกลงดังกล่าวมีข้อกำหนดด้านการรับมือวิกฤติ และพันธกรณีด้านการค้าสินค้าจำเป็น รวมถึงลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับสินค้าอาหาร และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยทางอาหาร

ข้อตกลงพลังงาน-การค้า

เขาบอกด้วยว่า เอเชียจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากวิกฤติตะวันออกกลาง เนื่องจากพึ่งพาพลังงาน และสินค้าสำคัญจากอ่าวเปอร์เซียในระดับสูง พร้อมย้ำว่า อาเซียนจำเป็นต้องเร่งการบูรณาการภายในภูมิภาคเพื่อเสริมความแข็งแกร่งร่วมกัน

"เราทุกคนหวังว่าวิกฤติจะยุติลงในเร็ววัน แต่เราต้องเตรียมใจว่า ผลกระทบอาจอยู่กับเราไปอีกระยะหนึ่ง"

ผู้นำสิงคโปร์ชี้ว่า ต่อให้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ในวันพรุ่งนี้ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย และทำให้การขนส่งสินค้ากลับมาเป็นปกติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...