ชักแม่น้ำทั้งห้า เอกนิติ สไตล์เทคโนแครต แจงฐานะการคลังก่อนกู้ 4 แสนล้าน
เบื้องหลังข่าวดี “เอกนิติ” โทร.หานายกฯ เตรียมใจโดนดาวน์เกรด หลังชี้แจงมูดี้ส์ กางแผน การคลัง 4 ปี พลิกมุมมองเครดิตเรตติ้งเศรษฐกิจไทย แจงสี่เบี้ยแผนใช้เงิน ก่อนกู้เพิ่ม 4 แสนล้านแจกเงินประคองเศรษฐกิจ-ปรับโครงสร้างมือวิกฤติ
กว่าประเทศไทย จะได้รับข่าวเชิงบวกจากสถาบันจัดอับดับเครดิตเรตติ้งระดับโลก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s Investors Service) ทั้งเรื่องการปรับมุมมอง (Outlook) เศรษฐกิจไทยจากเชิงลบ (Negative) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) และล่าสุดมูดี้ส์ ยกให้ไทยเป็น 1 ใน 5 ตลาดเกิดใหม่ที่รับมือแรงกระแทกเศรษฐกิจโลกได้ดีที่สุด ด้วยจุดแข็งด้านทุนสำรองที่แข็งแกร่ง และการปฏิรูปนโยบาย
ก่อนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะได้รายงานข่าวดีชิ้นนี้ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี บนตึกไทยคู่ฟ้า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาต้องชักแม่น้ำทั้งห้า ชี้แจงสถาบันจัดอับดับเครดิตเรตติ้งระดับโลก มาแล้วทุกประเด็น เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่รากหญ้าถึงสถาบันการเงิน
นายเอกนิติ นั่งเล่าให้ฟังหลังข่าวดี ว่าก่อนหน้านี้ได้อาศัยจังหวะระหว่างร่วมประชุม “IMF-World Bank Spring Meetings 2026” เมื่อวันที่ 13-18 เม.ย.69 ที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เข้าพบและชี้แจงกับตัวแทนของมูดี้ส์ก่อนที่จะมีการออกรายงานสถานะเศรษฐกิจของประเทศไทย
จุดยืนการคลังสไตล์เทคโนแครต
“ผมบอกความจริงกับมูดี้ส์ ผมได้ชี้แจงกับมูดี้ส์อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุจุดยืนของผมในฐานะเทคโนแครต ที่ผ่านประสบการณ์ทั้งจากกระทรวงการคลังและภาคเอกชน” รมว.คลังเกริ่นนำจุดยืนส่วนตัว
และในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเทศไทย เขาขยายความ-ดักทางประเด็ฯที่มูดี้ส์ มีความสงสัย ว่า “สิ่งที่มูดี้ส์มีความกังวล ไม่ใช่ประเด็นเรื่องการที่รัฐบาลไทยจะกู้เงินเพิ่ม เพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ หรือปัญหาตัวเลขหนี้สาธารณะ แต่สิ่งที่เขากังวลคือประเทศไทยจะไม่มีอนาคตในการเติบโต”
“แต่สิ่งที่ได้บอกกับเขาก็คือผมได้ทำเศรษฐกิจไทยในช่วง 4 เดือนในช่วงปลายปีคือในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จาก 0.3 %ขึ้นมา 2.5 % ซึ่งได้ทำให้เห็นแล้วว่าทำจากจุดที่กำลังจะแย่ให้ดีขึ้นมาได้ โดยกลไกหลักที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อนจีดีพีให้ฟื้นตัว คือการผลักดันการลงทุน เป็นหลัก ไม่ใช่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส”
รองนายกรัฐมนตรี คลี่ตัวเลขไส้ในเศรษฐกิจไทย ที่ขยายตัวในปี ที่ผ่านมาว่า “มาจากตัวเลขการลงทุน ทั้งตัวเลขการขอส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตัวเลขการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดขึ้นจริงผ่านมาตรการ Thailand fast pass รวมทั้งตัวเลขการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวเพิ่มได้ 13% ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเติบโต 8% ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งการลงทุนคืออนาคตของประเทศ”
เพดานหนี้สาธารณะไทย
สำหรับการกู้เงินของรัฐบาลนั้น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเทศไทย ระบุว่า “ทางมูดี้ส์ไม่ได้ห่วง เพราะตอนนี้ทุกประเทศก็มีข่าวว่าจะกู้เพิ่ม หรือขยายเพดานหนี้ โดยตอนนี้หนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 66% ของจีดีพีขณะที่หลายประเทศยังมีระดับหนี้สาธารณะที่สูงกว่า 100 % เพราะฉะนั้น หากไม่ทำอะไรถ้าไม่ทำอะไรเลยหนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็จะเพิ่ม เพราะจีดีพีจะลดลง ต้องทำให้เรื่องของการลงทุนเพิ่มขึ้น เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เพราะตอนนี้การลงทุนเข้ามามาก เราต้องทำให้เห็นว่าประเทศมีโมเมนตัมที่ดีขึ้น จากคำขอส่งเสริมการลงทุนต้องทำให้เกิดการลงทุนจริง”
สำหรับแผนที่จะรักษาวินัยการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำกับมูดี้ส์ ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องวินัยการคลังอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็เห็นว่าได้ทำในเรื่องแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ฉบับใหม่ โดยเริ่มจากการคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ทำให้เห็นมาแล้ว
สุดท้ายหัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเทศไทย บอกว่าได้กางแผนปฏิบัติการเศรษฐกิจไทยในระยะ 4 ปี ให้มูดี้ส์รับรู้ด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจ “…ผมก็เล่าแผนให้มูดีส์ฟังว่าที่ผ่านมาผมทำอะไร และอีก 4 ปีผมจะทำอะไร แล้วก็บอกว่าที่ผมมาก็เพื่ออยากให้ประเทศไทยดีขึ้น สิ่งที่คุณพูดว่าประเทศไทยมี Growth ต่ำผมก็รู้ ผมจึงอยากทำในเรื่องของการลงทุนให้เพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องวินัยทางการคลัง ผมก็มีความตั้งใจว่าจะรักษาไว้ให้ดี”
สำหรับกับ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี (S&P) ที่เป็นอีกแห่งที่ไม่ได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมา เพราะเขาเห็นในสิ่งที่ผมทำ จึงคงอันดับไว้ในระดับ Stable เมื่อเดือน พ.ย.ปีก่อน
ระทึกรายงานนายกรัฐมนตรี
ก่อนที่ประเทศไทย จะได้รับข่าวเชิงบวก หัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่เพียงต้องชักแม่น้ำทั้งห้า กับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจ แต่เขายังต้องลุ้นและประเมินความเสี่ยงทุกด้าน ให้กับนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบ
เอกนิติ เล่าว่า “ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศปรับ Outlook เศรษฐกิจไทย ผมได้ประเมินสถานการณ์บนความเสี่ยงสูงสุด โดยได้โทรศัพท์รายงานนายกรัฐมนตรี ล่วงหน้าว่าอาจต้องเตรียมใจรับสถานการณ์ ผมบอกท่านนายกฯ เลยว่า ท่านต้องทำใจไว้นะครับ อาจจะโดนดาวน์เกรด แต่ก็บอกว่าถ้าถูกดาวน์เกรดกระทบไหม ก็ไม่กระทบเพราะเรากู้เงินในประเทศเป็นหลัก”
“ท้ายที่สุดผลออกมาผล มูดี้ส์มีความเชื่อมั่นและประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ได้ในที่สุด ตอนมูดี้ส์ประกาศผล ผมตื่นมาพร้อมกับความดีใจ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชักแม่น้ำทั้งห้า เอกนิติ สไตล์เทคโนแครต แจงฐานะการคลังก่อนกู้ 4 แสนล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net