โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อดีตสามี หึงหวงสาว ส.อบต.ใช้กุญแจมือล็อกรั้วบ้านไม่ให้ออกไปไหน

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อดีตสามีวัย 39 ปี หึงหวงสาว ส.อบต.รุ่นใหญ่วัย 57 ปี  ใช้กุญแจมือล็อกประตูรั้วบ้าน ตะโกนด่าถ้อยคำหยาบคาย หลังเลิกรากัน 4 เดือน

อดีตสามีวัย 39 ปี หึงหวงสาว ส.อบต.รุ่นใหญ่วัย 57 ปี ใช้กุญแจมือล็อกประตูรั้วบ้าน ตะโกนด่าถ้อยคำหยาบคาย หลังเลิกรากัน 4 เดือน

วันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ร.ต.ต.พีรวุฒิ วะโรทะ รองสวป.สภ.ย่อยห้วยหลวง ได้รับแจ้งเหตุก่อกวน อดีตสามีที่แยกทางกัน บุกมาบ้านอดีตภรรยากลางดึก ก่อนใช้กุญแจมือล็อคประตูรั้วบ้าน ทำให้เข้าออกบ้านไม่ได้ และตอนเช้าได้มาด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายที่หน้าบ้าน สร้างความอับอาย และรำคาญให้ชาวบ้าน

เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 18 บ้านบ่อน้อยพัฒนา ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานจึงนำกำลังสายตรวจพร้อมด้วยนายสมภาร จันทร์แดง อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 18 บ้านบ่อน้อยพัฒนา รุดไปที่เกิดเหตุ

พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด พบนางสมร อายุ 57 ปีเจ้าของบ้านนั่งอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูกุญแจมือที่ล็อกประตูรั้วเอาไว้ให้ตำรวจเปิดล็อกกุญแจมือให้ด้วยตำรวจใช้ลูกกุญแจไขเปิดประตูออก ซึ่งนางสมร นำภาพวงจรปิดภายในบ้านให้ตำรวจดูว่า เวลาประมาณ 02.07 น.เมื่อคืนนี้ มีนายวีระชน หรือ ฟิวส์ อายุ 39 ปี อดีตสามีที่แยกทางกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน2568 ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านแล้วนำกุญแจมือมาล็อกประตูรั้วหน้าบ้าน และเวลาประมาณ 10.18 น.วันนี้ นายฟิวส์ ก็ขี่รถจักรยานยนต์มาด่านตนด้วยถ้อยคำหยาบคายที่หน้าบ้าน ลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศได้ตัดภาพวงจรปิดส่งมาให้ตนเป็นหลักฐานในการแจ้งความ

นางสมร เล่าว่า ตนเป็นแม่หม้าย มีลูกสาวอยู่ที่อังกฤษ ต่อมามีนายฟิวส์ ซึ่งเป็นหนุ่มรุ่นน้องในหมู่บ้านมาชอบพอจึงได้อยู่กินฉันท์สามีภรรยามาประมาณ 9 ปี โดยนายฟิวส์ มีหน้าที่ดูแลสุนัขที่ตนเลี้ยงประมาณ 50 ตัว แมวอีก 50 ตัว และชอบเสพกัญชา แต่ก็อยู่ด้วยกันราบรื่นไม่มีปัญหา แต่ต่อมาตนลงสมัครส.อบต.และได้รับเลือกเป็นส.อบต.เชียงยืน ตนต้องไปออกงานทั้งกลางวันและกลางคืนทำให้นายฟิวส์เกิดความหึงหวง กลัวว่าตนจะปันใจให้ชายอื่น จะไปงานที่ไหนเขาก็จะตามหึงพอกลับบ้านทำให้มีปากเสียงทะเลาะกัน จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2568 นายฟิวส์ ได้ลงมือตบตีทำร้ายตนอีก ตนจึงขึ้นโรงพักขอแยกทางกับนายฟิวส์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนนายฟิวส์ จึงกลับไปอยู่บ้านกับแม่

โดยนายฟิวส์ ได้บุกมาด่าทอและทำร้ายร่างกายตนในบ้านก่อนตนจึงเดินไปบ้านของนายฟิวส์ไปขอความช่วยเหลือว่า โดนนายฟิวส์ ทำร้าย แต่ยายนายฟิวส์ ก็บอกว่าเป็นเรื่องผัวเมียไม่เกี่ยวและหาว่าตนบุกรุกเข้ามาบ้านจะเข้ามาตบสั่งสอน ตนซึ่งตนไม่ยอมได้ตบสวนถูกมือ ยายนายฟิวส์จึงสั่งให้นายฟิวส์จับล็อกแขนตนไว้แล้วถือรองเท้าจะเข้ามาตีปากตนอีก จึงป้องกันตัวด้วยการถีบยายนายฟิวส์ล้มลงซึ่งยายนายฟิวส์ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกายเรียกค่าเสียหาย 3 แสนบาทซึ่งตนก็บอกไม่มีให้ถ้า 1-2 หมื่นบาท ตนยินดีจ่ายให้ แต่ยายนายฟิวส์ไม่ยอม ตนจึงมอบตัวสู้คดีซึ่งนายฟิวส์ ก็จะขี่จักรยานยนต์มาคุกคามด่าทอตนที่หน้าบ้านทุกวันไม่เลือกกลางวันหรือกลางคืน

“ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนนี้ตนไปนอนที่บ้านแม่ซึ่งอายุ 97 ปีแล้ว พอรุ่งเช้าได้กลับมาบ้านพบประตูรั้วโดนล็อกด้วยกุญแจมือ ตนจึงปีนรั้วเข้ามาในบ้านไม่นานนายฟิวส์ก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านแล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายตามภาพวงจรปิด ซึ่งเราแยกทางกันมา 3-4 เดือนแล้ว เขาก็ยังตามคุกคามด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายถึงขั้นทำร้ายร่างกายไม่เลิก แถมยังเอากุญแจมือมาล็อกประตูรั้วไม่ให้ออกนอกบ้านอีก ไม่ใช่เดือดร้อนแค่บ้านเราชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็เดือดร้อนไปด้วย ซึ่งยืนยันจะดำเนินคดีนายฟิวส์เช่นเดียวกัน”

นายสมภาร จันทร์แดง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 18 บ้านบ่อน้อยพัฒนา เล่าว่าได้รับแจ้งจากนางสมร ส.อบต.บ้านบ่อน้อยพัฒนาว่า มีคนเอากุญแจมือมาล็อกประตูรั้วบ้าน ทำให้เข้าออกบ้านไม่ได้ จึงได้ออกมาดู และแจ้งตำรวจที่มีลูกกุญแจมาเปิดให้ เมื่อมาดูภาพจากกล้องวงจรปิด คนก่อเหตุคือนายฟิวส์ เป็นอดีตสามีของนางสมร ที่ตกลงแยกทางกันไปแล้วประมาณ 3-4 เดือน ลงบันทึกแยกทางที่สภ.ย่อยห้วยหลวง จะไม่เกี่ยวข้องกันอีกซึ่งมีตนเป็นพยานเนื่องจากนายฟิวส์ ตามหึงหวงนางสมร เวลาไปร่วมงานในเวลากลางคืนไปเปิดงานบุญที่ไหนก็จะตามมาด่าที่หน้าบ้านมาบ่อยเพราะมีกล้องวงจรปิดลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศให้ตนมาดูแลนางสมร เพราะนายฟิวส์มาด่าบ่อยมาก ตนเคยมาระงับเหตุบ่อยมากเพราะชาวบ้านที่อยู่ใกล้ได้รับเดือดร้อนซึ่งนางสมร ต้องการแจ้งความดำเนินคดีเพราะถูกนายฟิวส์คุกคามไม่เลิกก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจจะจัดการอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...