วิธีดูแลรถสู้แดดเมืองไทย ป้องกันรถพังจากความร้อนสะสม
สภาพอากาศที่ร้อนจัดในเมืองไทยไม่เพียงแต่ทำให้คนเพลีย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของรถยนต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งความร้อนจากแสงแดดภายนอกที่ทำลายสีรถและวัสดุภายใน ไปจนถึงความร้อนสะสมในห้องเครื่องที่อาจทำให้เครื่องยนต์น็อกได้ง่ายๆ การเตรียมตัวรับมือและตรวจเช็กอุปกรณ์บางจุดเป็นพิเศษในช่วงนี้จึงสำคัญมาก เราจะมาบอกวิธีป้องกันและดูแลรถเบื้องต้นที่ทำได้เอง เพื่อให้การขับขี่ในช่วงซัมเมอร์นี้ราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
การเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นและพัดลมหม้อน้ำ
ระบบระบายความร้อนคือหัวใจสำคัญในช่วงหน้าร้อน ควรหมั่นเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นในหม้อพักน้ำให้อยู่ในระดับที่กำหนดเสมอ รวมถึงสังเกตการทำงานของพัดลมหม้อน้ำว่ายังหมุนแรงปกติหรือไม่ หากเข็มความร้อนขยับสูงกว่าเดิมต้องรีบจอดเช็กทันทีเพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหายหนัก
การดูแลยางรถยนต์และแรงดันลมยางที่เหมาะสม
ถนนที่ร้อนระอุจะทำให้แรงดันอากาศภายในยางขยายตัวสูงขึ้น ควรเช็กลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่และเติมให้ตรงตามสเปก การใช้ยางที่อ่อนเกินไปในวันที่ถนนร้อนจัดจะเกิดความร้อนสะสมสูงจนเสี่ยงต่อการระเบิดได้ รวมถึงต้องดูสภาพดอกยางว่ายังไม่แข็งกระด้างจนเสียการยึดเกาะ
วิธีถนอมฟิล์มกรองแสงและอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร
แดดแรงๆ ทำให้พลาสติกและคอนโซลกรอบแตกได้ง่าย ควรหาที่จอดในร่มหรือใช้ม่านบังแดดที่กระจกหน้าหากต้องจอดกลางแจ้ง การติดฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพจะช่วยลดภาระการทำงานของระบบแอร์และช่วยป้องกันรังสียูวีไม่ให้ทำลายชิ้นส่วนภายในรถ
การทำความสะอาดระบบปรับอากาศและไส้กรองแอร์
เมื่ออากาศร้อน แอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่า ควรตรวจเช็กและเปลี่ยนไส้กรองแอร์ตามระยะ เพื่อให้ลมแอร์ไหลเวียนได้สะดวกและไม่มีฝุ่นสะสม หากแอร์เริ่มไม่เย็นหรือมีเสียงดังผิดปกติ ควรรีบนำรถไปล้างตู้แอร์หรือเช็กระดับน้ำยาแอร์ก่อนที่ระบบจะพังจนต้องซ่อมใหญ่
ดูแลรถหน้าร้อนต้องเน้นเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นและพัดลมหม้อน้ำเพื่อป้องกันเครื่องยนต์ฮีต หมั่นตรวจสอบลมยางให้พอดีเพราะถนนร้อนจัดอาจทำให้ยางระเบิดได้ง่าย พร้อมทั้งดูแลระบบแอร์และหาที่บังแดดช่วยถนอมวัสดุภายในไม่ให้กรอบพังเร็วขึ้น