โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกา โกลบอล” ชี้ปรับราคาตามกลไกตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตและคุณภาพสูงสุด แต่ยังยืนเคียงข้างคู่ค้าช่วงวิกฤตพลังงานโลก

TODAY

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TODAY

เอกา โกลบอล (EKA GLOBAL) ประกาศจุดยืนในการเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งให้กับลูกค้า ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานและภาวะ“วิกฤตปิโตรเคมีช็อก” จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 – 15% ประเมินครึ่งปีหลังบริษัทฯ อาจปรับขึ้นราคา แต่ยังมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพการส่งมอบสินค้า เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทคู่ค้าและตลาดรวมยังคงขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง

นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า ตลอดช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการปรับตัวของราคาวัตถุดิบ บริษัทฯ ได้ตัดสินใจบริหารจัดการต้นทุนด้วยตนเอง โดยแบกรับภาระส่วนต่างราคา เพื่อสนับสนุนลูกค้าและรักษาความต่อเนื่องในการผลิตสินค้าให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในระยะยาวมากกว่ากำไรในระยะสั้น

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์วิกฤตพลังงานและภาวะ “วิกฤตปิโตรเคมีช็อก” (Petrochemical Shock) จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งทั่วโลกราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ต้องยอมรับว่าสถานการณ์กดดันให้ราคาต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งทุกอย่างปรับขึ้นทั่วโลก โดยคาดการณ์ตัวเลขประมาณ 10–15% ซึ่งบริษัทฯ ได้ติตตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงครึ่งปีหลังประเมินว่าอาจมีความจำเป็นปรับราคาบรรจุภัณฑ์ “เอกา โกลบอล” ให้สอดคล้องกับกลไกตลาดที่เป็นจริง เพื่อให้บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษามาตรฐานการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาสนับสนุนการผลิตให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ

“เรามีความเข้าใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญ แต่เพื่อให้ เอกา โกลบอล สามารถเดินหน้าจัดหาและผลิตบรรจุภัณฑ์ช่วยยืดอายุอาหารที่มีคุณภาพและรักษาความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานให้กับลูกค้าของเราได้ บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องปรับราคาตามกลไกตลาด ซึ่งถือเป็นทางออกที่โปร่งใสและเป็นธรรมที่สุดต่อทุกฝ่าย โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่เหมือนเช่นที่ผ่านมา” นายชัยวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ดี จากการสื่อสารและทำความเข้าใจกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ส่งผลให้คำสั่งซื้อโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคง และบริษัทฯ ยังสามารถสนับสนุนสินค้าให้กับลูกค้าทุกรายได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยไม่มีปัญหาการขาดแคลนสินค้า หรือ คำสั่งซื้อลดลงแต่อย่างใด

“บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเราจะได้รับบริการที่ดีที่สุดแม้ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...