เจาะลึกวิสัยทัศน์ CEO ‘Phononic’ ยักษ์ใหญ่ผู้คุมอุณหภูมิชิปโลก เหตุผลที่เลือกไทยเป็นฐานที่มั่นยุค AI พร้อมคำเตือนถึง ‘คอขวด’ ที่อาจฉุดไทยตกขบวน
ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI, THE STANDARD ได้สัมภาษณ์พิเศษ Tony Attii ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Phononic ซึ่งกำลังขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ถูกวางให้เป็นหนึ่งในฐานการผลิตและขยายกำลังการผลิตในระยะยาว
ประเด็นสำคัญ
- เมื่อ ‘ความร้อน’ คือขีดจำกัดใหม่ของ AI
- ปักหมุดไทย ยุทธศาสตร์ลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์
- ‘ระบบทุน-พลังงาน’ คอขวดที่ต้องเร่งแก้
Attii กล่าวว่า การเติบโตของ AI ทำให้ ‘ระบบระบายความร้อน’ กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของ Data Center ยุคใหม่ จากเดิมที่อุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับกำลังประมวลผลเป็นหลัก ปัจจุบันความร้อนกลายเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถของระบบ
เมื่อ ‘ความร้อน’ คือขีดจำกัดใหม่ของ AI
“ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ระบบระบายความร้อนกลายเป็นตัวจำกัดประสิทธิภาพของระบบ” เขากล่าว พร้อมอธิบายว่าในหลายกรณีผู้ให้บริการ hyperscaler จำเป็นต้องลดความเร็วของ GPU หรือเซิร์ฟเวอร์เพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อน
Phononic พัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ควบคุมการไหลของความร้อนในระดับชิป ซึ่งแตกต่างจากระบบทำความเย็นแบบดั้งเดิม โดย Attii อธิบายอย่างง่ายว่า “เมื่อจ่ายไฟเข้าไป มันจะขับเคลื่อนความร้อน – ด้านหนึ่งจะเย็นลง อีกด้านจะร้อนขึ้น” เทคโนโลยีลักษณะนี้ถูกนำไปใช้ในระบบที่เกี่ยวข้องกับ AI และอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง รวมถึงห่วงโซ่อุปทานของบริษัทอย่าง NVIDIA
ปักหมุดไทย ยุทธศาสตร์ลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์
สำหรับประเทศไทย Attii ระบุว่าบริษัทมีประสบการณ์ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ เช่น Fabernet มาเกือบ 5 ปี และได้ลงทุนในอุปกรณ์และระบบการผลิตแล้วมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแผนขยายการลงทุนรวมใกล้ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 4 ปีข้างหน้า
“งบลงทุนเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้แล้วจนถึงปี 2030” เขากล่าว ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของประเทศไทย
ข้อมูลจาก Thailand Board of Investment ระบุว่า การลงทุนในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มปลายน้ำ เช่น การประกอบและทดสอบ ขณะที่บริษัทข้ามชาติอย่าง Western Digital, Seagate Technology และ Delta Electronics ยังคงใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีโรงงานผลิตเวเฟอร์ขั้นต้น (front-end) เช่น TSMC หรือ Samsung Electronics
Attii ให้เหตุผลที่เลือกไทยโดยชี้ถึงแรงงานทักษะ เสถียรภาพ และความสามารถในการดำเนินงาน
“ประเทศไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ และมันไม่ใช่ความลับอีกต่อไป” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา การเติบโตของอุตสาหกรรม AI และการลงทุนที่เกี่ยวข้องมีลักษณะ ‘เติบโตอย่างก้าวกระโดด’ ซึ่งทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค
‘ระบบทุน-พลังงาน’ คอขวดที่ต้องเร่งแก้
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าความท้าทายของไทยไม่ใช่เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่เป็น ‘ระบบทุน’ โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินสำหรับเครื่องจักรและการขยายกำลังการผลิต
“คอขวดไม่ใช่เรื่องสิทธิประโยชน์ แต่คือระบบทุน” Attii กล่าว พร้อมระบุว่า “บริษัทไม่ควรถูกบังคับให้เลือกระหว่างการลงทุนในเครื่องจักรกับการวิจัยและพัฒนา” ซึ่งสะท้อนความจำเป็นของการพัฒนาตลาดทุนและระบบสินเชื่อที่รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
ในด้านพลังงาน Attii ระบุว่า เสถียรภาพของระบบไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนมากกว่าราคา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม AI ที่ต้องการพลังงานต่อเนื่อง เพราะความสม่ำเสมอสำคัญกว่าต้นทุน ขณะที่ในบริบทของไทย ภาคเอกชนกำลังผลักดันแนวทางซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน (Direct PPA) ขณะที่หน่วยงานกำกับกำลังพิจารณาแนวทางเปิดเสรีมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านพลังงานในอนาคต
Attii ยังกล่าวถึงแนวโน้มระดับโลกว่า ผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่เริ่มพัฒนาแหล่งพลังงานของตนเองมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากระบบสาธารณูปโภค และสามารถควบคุมต้นทุนในระยะยาว โดยลำดับความสำคัญคือความเสถียรก่อนความยั่งยืน
“ต้องมีเสถียรภาพก่อน แล้วค่อยไปสู่ความยั่งยืน” เขากล่าว พร้อมระบุว่าเทคโนโลยีของ Phononic สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานใน Data Center ได้ราว 10–15%
ในเชิงการแข่งขัน Attii มองว่าไทยยังมีจุดเริ่มต้นที่ดีในอุตสาหกรรม Data Center และ AI แต่ต้องเร่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศอื่นในภูมิภาคกำลังเร่งดึงดูดการลงทุนเช่นกัน
“ทุกประเทศต้องการอุตสาหกรรมนี้” เขากล่าวย้ำ
ข้อมูลจาก Moody’s ระบุว่า ไทยยังคงมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade แต่เผชิญแรงกดดันจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาระหนี้ ขณะที่ต้นทุนพลังงานและเสถียรภาพนโยบายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
Attii สรุปว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินการอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
“ในโลกของ AI นวัตกรรมเกิดขึ้นเป็นวัน ไม่ใช่เป็นเดือน” Attii กล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า“ประเทศไทยต้องเดินให้เร็ว”