โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดนโยบาย พม. 8 ด้าน มุ่ง สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน พร้อมเป็น กำแพงพิงหลัง ช่วยกลุ่มเปราะบาง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดนโยบาย พม. 8 ด้าน มุ่ง สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน พร้อมเป็น กำแพงพิงหลัง ช่วยกลุ่มเปราะบาง

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. หัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมรับฟังนโยบาย ณ ห้องประชุมประชาบดี ชั้น 19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กทม. และผ่านระบบออนไลน์

นายนิกร กล่าวว่า สถานการณ์และความท้าทายในสังคมปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง และกำลังแรงงานลดลง ในขณะที่ภาระพึ่งพิงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของครัวเรือนและโครงสร้างของสังคมไทยในระยะยาว อีกทั้งยังมีเด็กและเยาวชนที่ต้องการโอกาสในการพัฒนาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นชีวิต คนพิการที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมและโอกาส และผู้สูงอายุจำนวนมากที่ต้องการการเตรียมความพร้อมเพื่อใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ พบว่ามีประชาชนมาติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน พม. โทร.1300 เป็นจำนวนมากว่า 180,000 กรณีต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาทางสังคมอย่างชัดเจน ทั้งนี้ กระทรวง พม. ต้องปรับบทบาทของตัวเองอย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนจาก “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” เพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไปสู่การวางระบบที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเดิมซ้ำอีก และจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ ภายใต้แนวคิดและเป้าหมายที่ชัดเจนคือ “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยยึดหลัก Universal Design ซึ่งไม่ใช่แค่การออกแบบอาคาร แต่คือการออกแบบระบบบริการของรัฐ ให้รองรับทุกกลุ่ม โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นายนิกร กล่าวว่า เพื่อให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง ตนจึงได้กำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนงาน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ด้วยการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง และเชื่อมโยงข้อมูลและสิทธิของประชาชน เพื่อให้ทุกคน “ได้สิทธิครบ จบในระบบเดียว” โดยอัตโนมัติ และใช้ Social Map เป็นแผนที่ทางสังคมที่ระบุปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งใช้ “สมุดพกอิเล็กทรอนิกส์” หรือ MSO-Logbook เป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บข้อมูลและติดตามผล ควบคู่กับการยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ให้เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) รวมถึงการนำ AI มาใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล ยกระดับการให้บริการ และสนับสนุนการทำงานของบุคลากร

2) ด้านเด็กและเยาวชน ด้วยการยกระดับมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศให้มีความเพียงพอและได้มาตรฐาน พร้อมทั้งผลักดันการเพิ่ม “เบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้า” เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสตั้งแต่ต้นชีวิต และยกเครื่อง “สภาเด็กและเยาวชน” ให้เกิดการมีส่วนร่วมผ่านช่องทางออนไลน์

3) ด้านครอบครัว ด้วยการจัด “ทีมสร้างสุข” เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อช่วยเหลือเร่งด่วน และเพิ่มศักยภาพของสายด่วน พม. โทร. 1300 และขยายช่องทางการติดต่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในเชิงป้องกัน เพื่อให้สามารถดูแลกันเองได้อย่างยั่งยืน

4) ด้านชุมชนเข้มแข็ง ด้วยการปรับบทบาทการทำงานในพื้นที่ให้เป็นการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยใช้กลไก “ทีมสร้างสุข” และผลักดันการจัดตั้ง “ศูนย์สร้างสุข” ให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลาย การอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและเกื้อกูล ทั้งความหลากหลายทางเพศทางชาติพันธุ์ หรือความแตกต่างของคนพิการ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการปรับสวัสดิการที่มีเหมาะสมของกลุ่มเปราะบางทุกกลุ่ม ทั้งครอบครัวที่ให้กำเนิดบุตร ผู้สูงอายุวัยเกษียณ และคนพิการกลุ่มต่างๆ

5) ด้านที่อยู่อาศัย ด้วยการส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเดินหน้าโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพดีในทำเลที่เหมาะสม และพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้รองรับคนทุกกลุ่มตามหลัก Universal Design

6) ด้านการสร้างอาชีพ ด้วยการเร่งพัฒนาผู้บริบาลผู้สูงอายุและผู้ช่วยคนพิการ พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิด “1 ตำบล 1 ผู้บริบาล” เพื่อรองรับเศรษฐกิจสูงวัยและเศรษฐกิจสุขภาพ รวมถึงส่งเสริมการจ้างงานและการพัฒนาทักษะผู้สูงอายุและคนพิการให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน

7) ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ด้วยการส่งเสริมวินัยการออมและความรู้ด้านการเงินในระดับครัวเรือน พร้อมทั้งยกระดับบทบาทของสถานธนานุเคราะห์ และใช้กลไกกองทุนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

8) ด้านราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน ด้วยการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงได้สำหรับคนทุกกลุ่ม และเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อให้ระบบราชการของเรา เป็น “รัฐสนับสนุน” ที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

“นโยบายทั้ง 8 ด้าน นั้น ตนได้เน้นย้ำกับผู้บริหารกระทรวง พม. และหัวหน้าหน่วยงานของกระทรวง พม. ว่า คือสิ่งที่เราต้องทำร่วมกัน และตนขอเป็นส่วนช่วยที่ทำให้การทำงานของกระทรวง พม. ดีขึ้น ซึ่งตนอยากให้ทุกคนในกระทรวง พม. รู้สึกว่าตัวเองคือ “กำแพงพิงหลัง“ ของคนที่ไม่มีที่พิง ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว คนพิการที่เข้าไม่ถึงโอกาส หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายแต่ยังขาดการยอมรับ โดยตนขออาสาเป็นคนที่ยืนหลังทุกๆ คน เหมือนที่ทุกคนยืนหลังประชาชน อย่างไรก็ตาม สังคมที่ดีไม่ได้สร้างจากนโยบายบนกระดาษ แต่สร้างจากคนที่เชื่อว่าตัวเองมีพลังการเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอื่นได้ ซึ่งตนเชื่อว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนของกระทรวง พม. มีพลัง และสามารถทำได้ ทั้งนี้ ตนขอเน้นย้ำว่า ภารกิจของกระทรวง พม. ไม่ใช่เพียงการบริหารงานตามภารกิจ แต่คือการดูแลชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบางที่สุด และงานของเราเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งระบบและหัวใจไปพร้อมกัน“ นายนิกร กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดนโยบาย พม. 8 ด้าน มุ่ง สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน พร้อมเป็น กำแพงพิงหลัง ช่วยกลุ่มเปราะบาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...