ประจำเดือน สัมพันธ์กับเดือนดับและเดือนเพ็ญ?
บทความพิเศษ : ชานันท์ ยอดหงษ์
คําว่า “เมนส์” ที่เราใช้ติดปากคุ้นหู เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ “menstruation” และ “menses”
ซึ่งรับมาจากภาษาละตินคือ “mensis” ที่หมายถึง เดือน หรือ month
และยังเชื่อมโยงกับคำว่า “mene” ในภาษากรีก ที่หมายถึง ดวงจันทร์ที่เป็นรากศัพท์ให้กับคำว่า “month” และ “moon” ภาษาอังกฤษ ในยุคที่ใช้ปฏิทินจันทรคติ นับเดือนตามการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ สังเกตจากระยะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของดวงจันทร์ เมื่อข้างขึ้นและข้างแรมครบ 1 รอบก็จะถือเป็น 1 เดือน
เหมือนกับคำ “เดือน” ในภาษาไทย ที่แปลว่าดวงจันทร์ และหน่วยหนึ่งในการนับเวลา ตามปฏิทินจันทรคติ
มันจึงมีความเชื่อตั้งแต่โบราณกาลว่า สรีรวิทยาของมนุษย์ทำงานร่วมกันกับจังหวะธรรมชาติ และความลึกลับของดวงจันทร์และร่างกายของผู้หญิงสัมพันธ์กัน
การมีเมนส์สัมพันธ์กับดวงจันทร์ ประจำเดือนที่มาในแต่ละเดือนสัมพันธ์กับจังหวะของจักรวาลและวัฏจักรของดวงจันทร์อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เหมือนดวงจันทร์กับกระแสน้ำขึ้นน้ำลง ความคิดความเชื่อ รอบของดวงจันทร์ กับรอบเดือน และช่วงเวลาตามฤดูกาลที่ประสานกัน สัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์และพลังทางจิตวิญญาณ จึงแพร่หลาย และกลายเป็นประเพณี ตามสังคมชนเผ่าพื้นเมืองบรรพกาล
เช่น ในออสเตรเลีย อเมริกาเหนือและใต้ ที่เมนส์ต้องถูกจัดการควบคุมเพื่อให้สัมพันธ์กับพลังจักรวาลและวัฏจักรของดวงจันทร์ หากไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะเกิดกลียุคหรือหายนะ
อริสโตเติล (Aristotle) นักปราชญ์ นักอภิปรัชญา นักฟิสิกส์ชีววิทยา ชาวกรีกอ้างในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาลว่า ประจำเดือนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในช่วงข้างแรม ช่วงนี้ของเดือนอากาศจะหนาวและชื้นมากขึ้นเนื่องจากการหายไปและพลังงานที่ถูกบั่นทอนของดวงจันทร์
ความเชื่อเรื่องดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อเมนส์ยังคงสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน
จากการศึกษาในปี 1986 โดย Sung Ping Law ภาควิชานรีเวชวิทยาที่วิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกวางตุ้งในกว่างโจวตีพิมพ์ลงวารสาร Acta Obstetricia et Gynecologica Scandinavica เรื่อง “The Regulation of Menstrual Cycle and its Relationship to the Moon” ศึกษารอบเดือนของผู้เข้าร่วมหญิง อายุ 16-25 ปี จำนวน 826 คน ที่มีรอบประจำเดือนปกติ โดยการศึกษามีระยะเวลา 4 เดือนตามปฏิทินจันทรคติ ในฤดูกาลที่แตกต่างกัน บนพื้นฐานสมมุติฐานและกรอบคิดการแพทย์แผนจีนว่า จังหวะทางสรีรวิทยาของมนุษย์ทำงานร่วมกันกับจังหวะธรรมชาติอื่นๆ
ผลการศึกษาสรุปว่า สัดส่วนการมีประจำเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงข้างแรมถึงเดือนดับหรือเดือนมืด (28.3%) ในขณะที่ในช่วงเวลาอื่นระหว่างเดือนจันทรคติมีสัดส่วนการมีประจำเดือนเกิดขึ้นระหว่าง 8.5-12.6% ส่วนช่วงตกไข่มีแนวโน้มที่จะตรงกับคืนพระจันทร์เต็มดวง
อย่างไรก็ตาม ก็มีงานศึกษาออกมาโต้แย้งแนวความคิดนี้ เช่น งานศึกษารอบเดือนของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 74 คน ภายในปีเดียวกัน เรื่อง “Do lunar phases influence menstruation? A year-long retrospective study” ของ Ilias และคณะ ตีพิมพ์ลงวารสาร Endocrine Regulations ในปี 2013 ได้ข้อสรุปการศึกษาว่า ไม่มีการเชื่อมโยงเกี่ยวข้องใดๆ ระหว่างข้างขึ้นข้างแรมกับรอบประจำเดือน
เช่นเดียวกับ Clue บริษัทตั้งโปรแกรมแอพพลิเคชั่นติดตามประจำเดือน ที่ได้วิเคราะห์รอบประจำเดือนมากกว่า 7.5 ล้านรอบ รวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้แอพพ์ 1.5 ล้านคน (โดยไม่เปิดเผยข้อมูลดิบจากการศึกษา เพราะความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แอพพ์)
จนได้บทสรุปและออกมายืนยันในปี 2016 ว่า เมนส์มาตามข้างขึ้นข้างแรมนั้นเป็นเพียงมายาคติ
วารสาร Science Advances ในปี 2021 ที่ตีพิมพ์งานวิจัยชื่อ “Women temporarily synchronize their menstrual cycles with the luminance and gravimetric cycles of the Moon” ของ C. Helfrich-F?rster และคณะ จากการบันทึกข้อมูลประจำเดือนของหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 17-35 ปี 15 คน และอายุมากกว่า 35 ปี 17 คน เป็นเวลา 32 ปี กับระยะใกล้ไกลของดวงจันทร์กับโลก เพราะวงโคจรของดวงจันทร์ที่เป็นรูปวงรี ความเข้มข้นของแสงจันทร์ในช่วงข้างขึ้นข้างแรมและแรงดึงดูดของดวงจันทร์กระทำต่อโลก
ในที่สุดได้ผลการวิจัยว่า สัตว์หลายชนิดประสานพฤติกรรมการสืบพันธุ์กับช่วงใดช่วงหนึ่งของวงจรจันทรคติ เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการสืบพันธุ์
ขณะที่อิทธิพลของดวงจันทร์ต่อพฤติกรรมการสืบพันธุ์ของมนุษย์ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
แม้ว่ารอบประจำเดือนของมนุษย์จะมีช่วงเวลาใกล้เคียงกับรอบวงจรจันทรคติก็ตาม ซึ่งจากการศึกษาพบว่า รอบประจำเดือนมีความสอดคล้องกับความสว่างของดวงจันทร์เป็นระยะๆ ตามความเข้มข้นของแสงที่มีอิทธิพลมากที่สุด และเมื่ออายุมากขึ้นเมนส์ก็จะสูญเสียความสัมพันธ์กับดวงจันทร์ และโดยเฉพาะเมื่อมนุษย์สัมผัสกับบรรดาไฟฟ้า แสงไฟประดิษฐ์ในเวลากลางคืนแทนดวงจันทร์ รอบประจำเดือนจะสูญเสียความสัมพันธ์กับวงจรจันทรคติ
ซึ่งเป็นไปได้ว่าในสมัยโบราณ พฤติกรรมการสืบพันธุ์ของมนุษย์น่าจะสอดคล้องกับดวงจันทร์ แต่วิถีชีวิตสมัยใหม่ของมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงสรีรวิทยาและพฤติกรรมการสืบพันธุ์
เช่นเดียวกับการศึกษาสุขภาพจิต จิตวิทยา อารมณ์ พฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับข้างขึ้นข้างแรม เช่นคำภาษาอังกฤษอย่าง lunatic ที่หมายถึง มีสติวิปลาส, วิกลจริต, คนบ้า ก็มีรากภาษาละตินอย่าง Luna ที่หมายถึง ดวงจันทร์ ซึ่งก็พื้นฐานมาจากความเข้าใจแบบอริสโตเติลอีกนั่นแหละที่ว่า สมองเป็นอวัยวะชุ่มน้ำ และดวงจันทร์ก็มีอิทธิพลให้น้ำในสมองไม่สมดุล เป็นสาเหตุให้คนวิกลจริตได้
ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ก่ออาชญากรรม ความเชื่อความเข้าใจเช่นนี้ตั้งแต่ก่อนพระเยซูจะเกิดถึง 300 ปี ยังคงสืบมาและกลายมาเป็นตำนานประเภทเมื่อถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวง มนุษย์บางคนจะกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าออกอาละวาด หรือมีแวมไพร์ออกดูดเลือดหากิน
แม้วิทยาศาสตร์จะพิสูจน์แล้วว่า ดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อน้ำขึ้นน้ำลงของแม่น้ำหรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อน้ำในร่างกายมนุษย์ สระว่ายน้ำหลังบ้าน หรือในน้ำดื่มบรรจุภัณฑ์ และไม่ได้เปลี่ยนแปลงจิตใจหรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยงในการก่ออาชญากรรมของมนุษย์
ทว่า เรื่องรอบประจำเดือนสัมพันธ์กับเดือนดับเดือนเพ็ญข้างขึ้นข้างแรมหรือไม่นั้น ยังคงเป็นข้อถกเถียง ไม่สามารถหาข้อยุติได้อย่างสมบูรณ์
แต่ตามข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องถกเถียงกันมีอยู่ว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกครบ 1 รอบใช้เวลา 27 วัน 7 ชั่วโมง 43 นาที เกิดวัฏจักรช่วงเวลาที่มนุษย์สามารถมองเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ได้ปริมาณต่างๆ ที่เรียกว่า “ข้างขึ้น” กับ “ข้างแรม” ใช้เวลา 29.5 วัน
และความยาวของรอบเดือนมนุษย์อาจอยู่ในช่วง 25-30 วัน โดยระยะเวลามัธยฐานของรอบประจำเดือนอยู่ที่ 28 วัน โดยทั่วๆ ไป มนุษย์จะมีเมนส์อยู่ที่ 3-5 วัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประจำเดือน สัมพันธ์กับเดือนดับและเดือนเพ็ญ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly