“ธนาคารกลางจีน” อัดฉีดสภาพคล่องเพิ่ม แม้เงินล้นระบบ หนุนบอนด์จีนพุ่งต่อ
"ธนาคารกลางจีน" อัดฉีดสภาพคล่องเพิ่ม แม้เงินล้นระบบ หนุนบอนด์จีนพุ่งต่อ แม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้จุดต่ำสุดในรอบหลายปี นักวิเคราะห์มองตลาดบอนด์จีนยังมีอัพไซด์
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 12.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคารเพิ่มเติม ส่งสัญญาณถึงท่าทีที่ยอมรับระดับสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษ ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นว่าแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของตลาดพันธบัตรจีนอาจยังไปต่อได้
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า ธนาคารกลางจีนได้เพิ่มสภาพคล่องสุทธิราว 9.5 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ผ่านธุรกรรม reverse repo อายุ 7 วัน ในช่วงวันอังคารและพุธ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม แม้ว่าขนาดเม็ดเงินจะไม่มากนัก แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากระบบการเงินในปัจจุบันมีสภาพคล่องล้นอยู่แล้ว โดยอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญกับการรักษาต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำ และการสนับสนุนการระดมทุนของภาครัฐอย่างราบรื่น เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายตัวของตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะในช่วงที่ตราสารหนี้จีนให้ผลตอบแทนดีกว่าประเทศอื่น ท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน
การอัดฉีดสภาพคล่องครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจีนจะเริ่มจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลพิเศษอายุยาวพิเศษ (ultra-long special government bonds) ในวันศุกร์ โดยการมีสภาพคล่องในระบบสูงจะช่วยรองรับอุปทานพันธบัตรที่กำลังจะเข้าสู่ตลาด
ในวันพุธที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรจีนปรับตัวขึ้น โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ขณะที่พันธบัตรในตลาดเงินสดก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยพันธบัตรอายุ 30 ปี ซึ่งอัตราผลตอบแทน (yield) ปรับลดลงราว 0.13% ในเดือนนี้ มาอยู่ที่ระดับประมาณ 2.22%
Guannan Zhou นักวิเคราะห์จาก Huachuang Securities ระบุว่า ปัจจุบันสภาพคล่องในระบบอยู่ในระดับล้นอย่างมาก แต่ธนาคารกลางจีนดูเหมือนจะยอมรับภาวะดังกล่าว รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้ leverage ในตลาดพันธบัตร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการออกพันธบัตรรัฐบาลในช่วงที่จะมาถึง
ทางการจีนเตรียมเริ่มขายพันธบัตรรัฐบาลพิเศษอายุยาวในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนวงเงินรวม 1.3 ล้านล้านหยวนที่ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม โดยเงินที่ได้จะถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการอุดหนุนต่าง ๆ โดยไม่เพิ่มภาระขาดดุลงบประมาณในตัวเลขหลัก (headline fiscal deficit)
สำหรับการประมูลในวันศุกร์นี้ จะมีการเสนอขายพันธบัตรอายุ 20 ปีและ 30 ปีรวมมูลค่า 119,000 ล้านบาท โดยในส่วนของพันธบัตรอายุ 30 ปีมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
ด้านต้นทุนการกู้ยืมของธนาคารยังคงอยู่ในระดับต่ำใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี เพื่อกระตุ้นความต้องการสินเชื่อและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยอัตราดอกเบี้ย repo ข้ามคืน ซึ่งเป็นต้นทุนการระดมทุนระยะสั้นโดยมีพันธบัตรค้ำประกัน เคลื่อนไหวอยู่ราว 1.2% ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนของตราสาร NCD (Negotiable Certificates of Deposit) อายุ 1 เดือน ก็ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566
นักวิเคราะห์จาก Changjiang Securities มองว่าการปรับขึ้นของตลาดพันธบัตรนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อาจยังดำเนินไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น โดยกองทุนต่าง ๆ ยังคงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรระยะยาวเพื่อยืด duration ของพอร์ต ซึ่งอาจกดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ประมาณ 2.15% ตามการประเมินของทีมวิเคราะห์ที่นำโดย Zhao Zenghui
อ้างอิง : bloomberg.com