“นิวซีแลนด์” เล็งเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าแหล่งธรรมชาติชื่อดัง
"นิวซีแลนด์" เล็งเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าแหล่งธรรมชาติชื่อดัง หวังระดมงบปีละกว่า 60 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ โดยชาวนิวซีแลนด์ยังเข้าชมฟรี
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.50 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์เดินหน้าผลักดันแผนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติสำคัญของประเทศ เพื่อเพิ่มงบประมาณสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว
ทามา โพทากา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอนุรักษ์ของนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยื่นร่างกฎหมายแก้ไขกฎหมายอนุรักษ์ต่อรัฐสภาในกรุงเวลลิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งจะเปิดทางให้สามารถเรียกเก็บค่าเข้าชมในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมบางแห่งได้
นอกจากนี้ การแก้กฎหมายยังช่วยให้ภาคเอกชนสามารถขอสัมปทานดำเนินธุรกิจบนพื้นที่อนุรักษ์ได้ง่ายขึ้น หากแผนดังกล่าวมีผลบังคับใช้ นิวซีแลนด์จะเข้าร่วมกับหลายประเทศที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในการเข้าชมสถานที่สำคัญ เช่น Taj Mahal ในอินเดีย และ Machu Picchu ในเปรู
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลนิวซีแลนด์เคยส่งสัญญาณว่า สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Milford Sound, Tongariro Alpine Crossing และ Cathedral Cove อาจอยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
โพทากากล่าวว่า เช่นเดียวกับที่ชาวนิวซีแลนด์ต้องจ่ายค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติและสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลแหล่งธรรมชาติสำคัญของนิวซีแลนด์ ขณะที่ประชาชนชาวนิวซีแลนด์จะยังคงเข้าชมได้ฟรี
รัฐบาลคาดว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้จากมาตรการดังกล่าวได้ราว 60 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อปี หรือประมาณ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินทั้งหมดจะถูกนำกลับไปใช้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ดูแลแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เส้นทางเดินป่า ที่พัก และโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บหรืออัตราค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการ โดยสื่อ Stuff รายงานว่า รัฐบาลยังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้าย
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้จัดทำแบบจำลองโดยประเมินค่าธรรมเนียมไว้ที่ประมาณ 20-40 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อครั้ง และอาจสูงถึง 50 ดอลลาร์ในบางพื้นที่ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับอัตราค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในหลายประเทศแถบแปซิฟิก
อ้างอิง : www.bloomberg.com