"สุดาวรรณ"ถอย!! บ้านใหญ่แป้งมันพลิกเกมสู้ ส่ง"นิกร"รักษาดุลอำนาจเพื่อไทย
">
ถูกรุกไล่จนตกกระดาน สำหรับ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่เส้นทางการเป็นรัฐมนตรีต้องสะดุดหยุดลง หลังไม่ผ่านด่านอรหันต์ตรวจสอบคุณสมบัติในรัฐบาลอนุทิน 2 ที่ไม่เพียงสะท้อนพิษการเมืองภายในพรรคเพื่อไทย แต่สะท้านรอยแค้นของพรรคแกนนำอย่างพรรคภูมิใจไทยที่กุมบังเหียนดีเอสไอ
คดีที่ดินหาดสวนยา จ.อุบลราชธานี ถูกมองว่าเป็น "อาวุธ" ที่ฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้บดขยี้อิทธิพลของตระกูลในพื้นที่อีสานใต้ ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” บ้านใหญ่แป้งมันไม่ตายน้ำตื้นง่ายๆ เมื่อคดีความที่ค้างมา 6 ปี แต่มาขยับเอาวันที่ชื่อของ “สุดาวรรณ” จะขึ้นเป็นรัฐมนตรี ใครมองเป็นเรื่องบังเอิญก็ถือว่าอ่อนหัดทางการเมือง
ที่สุด “สุดาวรรณ” เลือกที่จะถอยออกมาตั้งหลัก ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่มันคือการ "ตัดไฟแต่ต้นลม" เพื่อไม่ให้นายกฯ หรือพรรคเพื่อไทยหรือนายหญิงน้อย แพทองธาร ชินวัตร ต้องพะวงกับ "ตำบลกระสุนตก" เรื่องจริยธรรม และไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคหรือเปิดช่องให้ขั้ว 2 ส. ในพรรคเพื่อไทยได้ขยับ
คือการ "สลับตัวเล่น" เพื่อรักษาความชอบธรรมทางการเมืองเอาไว้ หากจะวิเคราะห์ในมุม "สุดาวรรณ พลิกเกมสู้" ต้องมองข้ามช็อตการยื่นชื่อ "นายนิกร โสมกลาง" เพราะนั่นเป็นเพียงการ "รักษาป้อมค่าย" ในเชิงบริหาร แต่เนื้อในของการสู้กลับของกลุ่มแป้งมัน เพราะการส่ง "นิกร” มาเป็นรัฐมนตรีแทน คือการส่ง "มือขวา" ที่ไว้ใจได้ที่สุดเข้าไปคุมกลไกกระทรวง พม. แทน
อำนาจในการบริหารและงบประมาณยังอยู่ในกำมือของตระกูลหวังศุภกิจโกศล 100% เพียงแต่เปลี่ยนหน้าฉากมาเป็นคนสนิท เพื่อรอจังหวะสะสางคดี DSI ให้เรียบร้อยแล้วค่อย "คัมแบ็ก" ด้วยการเมืองไทยขึ้นอยู่กับสมการ "ตัวเลข" สส. ในมือถึง 15 ชีวิต (เพื่อไทย 9 + พรรคไทรวมพลัง 6) ที่อยู่ในมือของตระกูลหวังศุภกิจโกศล ถือเป็น "กลุ่มก้อนทางการเมือง" ที่มีอำนาจต่อรอง และสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ในอนาคต
สถานีต่อไปที่ต้องลุ้นต่อ คือชะตากรรมของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง จะรอดหรือร่วง!!
#สุดาวรรณ #หวังศุภกิจโกศล #การเมืองไทย #พรรคเพื่อไทย #นิกรโสมกลาง #คณะรัฐมนตรี