‘เกษตรกร’ วอนเห็นใจผู้เลี้ยงไก่ไข่ ขายโปรตีนถูกกว่าบะหมี่ฯ ย้ำบทบาท Egg Board ชูตลาดนำการผลิตดูแลสมดุล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ได้ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ ส่งผลให้ราคาขยับจากเดิมขึ้นไปอยู่ที่ “ฟองละ 3.40 บาท” หรือเพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท ผลจากความแปรปรวนของสภาพอากาศเข้าสู่ฤดูร้อนทำให้แม่ไก่ให้ผลผลิตลดลง และทำให้ขนาดไข่เล็กลง
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวถึงประเด็นสถานการณ์ราคาไข่ไก่ว่าราคาไข่ไก่ขณะนี้แม้ว่าปรับขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังถูกกว่าราคาโปรตีนชนิดอื่น ซึ่งในมุมมองของผู้เลี้ยงต้องมองที่ "ราคาเฉลี่ยทั้งปี" ไม่ใช่การมองราคาที่ผันผวนตามรายวันหรือรายสัปดาห์เท่านั้น โดยในบางช่วง ราคาอาจขึ้นไปถึง 3.60 บาท แต่บางช่วงก็ตกลงมาเหลือฟองละ 2.60 บาท ดังนั้นต้องพิจารณาที่ค่าถัวเฉลี่ยต้นทุน
“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอให้เห็นใจเกษตรกรบ้าง เพราะราคาไข่ไก่ 3 บาทกว่านี่ถูกที่สุดแล้ว ถ้าเอาไข่ไปเทียบกับโปรตีนชนิดอื่น กินไข่ฟองสองฟองอยู่ได้แล้ว แต่ราคาไข่ยังถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสียอีก”
นายมาโนช เปิดเผยว่า egg borad กติกาและเงื่อนไขที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ซึ่งมีการใช้มา 5-6 ปี จนถึงปัจจุบัน ช่วยสร้างสมดุลตลาดไข่ไก่ ซึ่งเห็นว่าภาพรวมของธุรกิจดีขึ้นกว่าช่วงที่ยังไม่มีเงื่อนไขนี้
การดูแลเสถียรภาพราคาไข่ไก่ โดยคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ "Egg Board" กำหนดโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์นั้น เป็นการใช้การตลาดนำการผลิต ซึ่ง Egg Board เป็นสิ่งที่ถอดบทเรียนในอดีต
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พันธุ์สัตว์ปัจจุบันจะมีความต้องการพันธุ์สัตว์เพิ่มขึ้นและกังวลว่าจะหาได้ยากขึ้นจนดูเหมือนขาดแคลน แต่ในข้อเท็จจริงด้านระบบการผลิตและการตลาดไข่ไก่นั้น ด้านปริมาณไม่ได้ขาดแคลน เพียงแต่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ผู้ที่ต้องการเข้าสู่ระบบพยายามจะสร้างเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้ได้มา
ดังนั้น ทางออกสำหรับผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มผู้เลี้ยงรายใหม่หรือผู้ที่เลี้ยงอยู่แล้วแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องพันธุ์สัตว์จากบริษัทคู่ค้าโดยตรง แนะนำว่าให้แจ้งเรื่องไปยังกรมปศุสัตว์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาธิการของ Egg Board เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย
นายมาโนชย้ำว่า ตนเองจะไม่ขอออกความเห็นไปมากกว่านี้ โดยถือว่ากติกาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นทุกฝ่ายสามารถยอมรับร่วมกันได้อยู่แล้ว เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมไก่ไข่ต่อไป
ก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า กลไกนี้ใช้การบริหารจัดการโดยเอาข้อมูลการตลาดมาเป็นตัวตั้ง ว่าคนไทย 60 ล้านคน บริโภคไข่เฉลี่ยวันละเท่าไร 41-43 ล้านฟอง ซึ่งจะต้องเกิดมาจากพ่อแม่พันธุ์ (PS) 4 แสนตัว ก็กำหนดโควตาให้นำเข้า เพื่อสร้างสมดุลการผลิต จึงทำให้สินค้าไข่ไก่มีเสถียรภาพด้านราคาเกษตรกรอยู่ได้ ไม่ได้ต้องของบประมาณมาช่วยอุดหนุนเหมือนสินค้าเกษตรตัวอื่นๆ ราคาไม่สูงเกินไปชาวบ้านอยู่ได้ ส่วนที่เหลือจากการบริโภคนิดหน่อยก็ส่งเสริมแปรรูปส่งออก ไปหลายประเทศแล้ว สร้างมูลค่าให้อุตสาหกรรม ทำให้เกิดความยั่งยืน”
กลไกการกำหนดโควตานำเข้าไม่เคยปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่ โดยมีการวางระบบเพื่อการคัดกรองผู้เล่นที่มีคุณภาพ แต่ผู้เล่นรายใหม่ที่จะเข้ามา จะต้องเสนอแผนธุรกิจ แผนการผลิต และแผนการตลาดที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม
“หากผู้ประกอบการมีแผนที่อธิบายได้ชัดเจนว่าจะนำเข้ามาไม่มากระทบเสถียรภาพราคา หรือสมดุลก็สามารถเข้ามาขอ Egg Board ได้ แต่หากเราไม่ดูแล ประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2552 เคยมีการเปิดเสรีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ปริมาณไข่ไก่ก็ล้นตลาด ราคาตกต่ำจนเกษตรกรขาดทุนและตายเกือบหมด เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น"