ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบ ‘ใบสั่งนายกฯ’ หลังเพจดังอ้างหลุดจากกลุ่มแฮกเกอร์ใน Discord
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ (ผบ.ตร.) ได้เปิดเผยถึงกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก CSI LA เผยแพร่ภาพใบสั่งซึ่งอ้างว่าเป็นของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าข้อมูลใบสั่งดังกล่าว "หลุด" ออกมาจากระบบของกรมตำรวจผ่านทางแอปพลิเคชัน Discord ในกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีการอ้างว่าเจาะเข้าระบบเพื่อดึงข้อมูลใบสั่งออกมาขายและแจกจ่ายกัน ซึ่งพบว่าแม้แต่ข้อมูลของระดับนายกรัฐมนตรีก็ยังถูกนำมาเผยแพร่
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงสาเหตุที่มีการนำสิทธิของผู้อื่นไปใช้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลแล้วนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ในเรื่องนี้ตนขอเวลาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าระบบดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร และมีการครอบคลุมข้อมูลในเชิงไหน ซึ่งเบื้องต้นได้สั่งการให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ไปเร่งตรวจสอบโดยละเอียดแล้วว่าเป็นใครและกระทำจากที่ไหน
สำหรับประเด็นหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลออกมาเผยแพร่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ย้ำว่าการนำสิทธิของผู้อื่นไปเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องไปตรวจสอบว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอื่นอย่างไรบ้าง โดยจะมีการตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่ประชาชนทั่วไปต้องการเข้าไปตรวจสอบใบสั่งของตนเองว่าจะสามารถเข้าถึงใบสั่งของคนอื่นได้หรือไม่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "Police Care" (โพลิสแคร์) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยประชาชนสามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อตรวจสอบประวัติใบสั่งของตนเองได้ในขณะนี้
นอกจากนี้ ยังกล่าวเสริมว่า ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร ไปหารือกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เพื่อพูดคุยประสานข้อมูลในการปฏิบัติงานทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน เพื่อเดินหน้าให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ โดยระบบจะช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าตนเองมีใบสั่งค้างชำระหรือไม่ เนื่องจากบางครั้งใบสั่งส่งไปที่บ้านแล้วไม่มีผู้รับทำให้ไม่ทราบเรื่อง การมีระบบนี้จะช่วยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้อง ซึ่งหากเป็นโทษที่ไม่ได้สูงมากนัก ก็จะได้รับทราบและดำเนินการตามขั้นตอน แต่ขอย้ำว่าประชาชนจะสามารถดูได้เฉพาะข้อมูลของตนเองเท่านั้น ไม่สามารถดูของผู้อื่นได้.