โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ถอดเคส ! TikTok ลบคลิป ‘หมอ AI’ ขายยาลดน้ำหนัก แต่ไม่แบน

BT Beartai

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 11.14 น.
ถอดเคส ! TikTok ลบคลิป ‘หมอ AI’ ขายยาลดน้ำหนัก แต่ไม่แบน

ลืมภาพจำคอนเทนต์ AI เดิม ๆ อย่างคลิป ASMR หั่นผลไม้ในจินตนาการ หรือการเอาตัวละครดังมาทำกิจกรรมแปลก ๆ ไปได้เลย เพราะตอนนี้สถานการณ์บน TikTok กำลังน่ากังวลขึ้นเมื่อเทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธของมิจฉาชีพ

ล่าสุดแบรนด์ใหญ่อย่าง Boots ถึงกับนั่งไม่ติด หลังถูกมือดีสวมรอยใช้ AI สร้างคอนเทนต์ปลอมเพื่อหลอกขายยาลดน้ำหนักผิดกฎหมาย งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องขำขัน แต่เป็นภัยเงียบที่กำลังคุกคามผู้บริโภค

สรุปดราม่า : เมื่อ AI สวมเสื้อกาวน์ขายยาเถื่อน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อมีบัญชี TikTok ปริศนา ใช้ชื่อว่า ‘@BootsOfficial’ (ของจริงคือ @BootsUK) และใช้โลโก้ของ Boots เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยโพสต์วิดีโอที่มีเนื้อหาดังนี้ :

ขอบคุณภาพจาก BBC News
  • สร้างภาพลวงตาด้วย AI : วิดีโอแสดงภาพบุคคลที่ดูเหมือนเภสัชกรหรือบุคลากรทางการแพทย์ กำลังยิ้มและดื่มน้ำยาสีฟ้า คลิปจะตัดภาพฉับไวไปสู่ผลลัพธ์ที่อ้างว่าน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพที่เจนขึ้น ไม่ใช่ความจริง
ขอบคุณภาพจากบัญชี TikTok BBC News
  • หลอกให้กดลิงก์ : วิดีโอเหล่านี้จะแปะลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ภายนอกเพื่อหลอกขายยาลดน้ำหนัก ซึ่งในสหราชอาณาจักร การโฆษณายาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ต่อสาธารณะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายและอันตรายมาก เพราะผู้ซื้อไม่มีทางรู้ส่วนผสมที่แท้จริง

ทั้งนี้ทางหน่วยงานกำกับดูแลยา (MHRA) ได้ออกมาเตือนว่า การซื้อยาเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่ได้รับรองมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพ เพราะไม่รู้ส่วนผสมที่แท้จริง

แซม เกรกอรี (Sam Gregory) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน AI ทำให้การสร้างภาพลวงตาหรือ Deepfake ทำได้ง่ายมากจนน่าตกใจ และตั้งคำถามถึงความรวดเร็วของแพลตฟอร์มในการจัดการปัญหา โดยเฉพาะหากผู้ถูกแอบอ้างไม่ใช่แบรนด์ใหญ่อย่าง Boots อาจจะไม่ได้รับการแก้ไขที่รวดเร็วเท่านี้

เรื่องนี้กำลังบอกอะไรกับเรา ?

กรณีศึกษาของ Boots สะท้อนให้เห็นว่าความน่าเชื่อถือในโลกยุค AI กำลังเข้าขั้นวิกฤต และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่เทคโนโลยีนี้กำลังเล่นกับความรู้สึกของสังคม

  • การใช้ประโยชน์จาก Authority Bias หรือปรากฏการณ์ ‘White Coat Effect’

เคยได้ยินไหมว่ามนุษย์เราจะลดเกราะป้องกันทางความคิดลงเมื่อได้รับสารหรือข้อมูลจากบุคคลในเครื่องแบบแพทย์ ? เทคโนโลยี AI เข้ามาเปลี่ยนต้นทุนการหลอกลวงให้ต่ำลงจนแทบเป็นศูนย์ มิจฉาชีพไม่ต้องจ้างนักแสดงหรือคนมาทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถแสดงสีหน้า และใช้คำพูด โทนเสียงที่น่าเชื่อถือได้ในไม่กี่วินาที

  • ภาพลวงตาของความสำเร็จ

การโฆษณายาลดน้ำหนักด้วย AI มักสร้างภาพก่อน/หลัง ที่เกินจริงและเป็นไปไม่ได้ทางชีวภาพ (ซึ่งสามารถทำได้ง่ายมากด้วยการพรอมต์) เพื่อชักจูงให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการซื้อ นอกจากนี้การใช้ AI สร้าง ‘รีวิวทิพย์’ จากหน้าม้าที่ไม่มีตัวตนจริง ยังเป็นการทำลายระบบ Social Proof ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ทำให้รีวิวสินค้าออนไลน์กลายเป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป

  • วิกฤตศรัทธาต่อวงการแพทย์ดิจิทัล

ผลกระทบระยะยาวที่น่ากังวลที่สุด คือการสูญเสียความเชื่อมั่นกับอินฟลูฯ สายสุขภาพ หรือเหล่าแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอินฟลูฯ เมื่อผู้บริโภคไม่สามารถแยกแยะได้ว่านี่คือแพทย์จริงหรือแพทย์ AI ส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงในการรับข้อมูลสุขภาพออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเรื่องการขโมยอัตลักษณ์ (Identity Theft) ที่แพทย์ตัวจริงอาจถูก AI โคลนนิงใบหน้าและเสียงไปใช้ขายสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและวิชาชีพอย่างประเมินค่าไม่ได้

  • ช่องโหว่ของแพลตฟอร์ม

จุดที่น่าสนใจและน่ากังวลที่สุดจากข่าวนี้ คือระบบตรวจสอบที่ไล่ตามไม่ทัน รายงานมีการระบุว่าแม้ TikTok จะลบคลิปออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ลบบัญชีผู้ใช้ ทำให้มิจฉาชีพสามารถอัปโหลดคลิปเดิมซ้ำได้อีก ดังนั้นอัลกอริทึมอาจจะยังเป็นแบบตั้งรับ คือรอมีคนมาแจ้งก่อนจึงลงมือทำ ไม่ได้มีการตรวจจับเอง หากแพลตฟอร์มไม่มีระบบยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาสินค้าสุขภาพที่เข้มข้นกว่านี้ (เช่น ต้องยื่นใบประกอบวิชาชีพจริง) วงจรนี้อาจจะวนลูปไม่จบสิ้น

เราอยู่ในจุดที่ AI สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ง่ายเพียงการป้อนพรอมต์ แพทย์ที่เราเห็นในโซเชียลมีเดียอาจจะไม่มีอยู่จริง และความรู้ที่เราถูกทำให้เชื่ออาจจะเป็นชุดข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือเลยก็ได้ ดังนั้นภาระหนักในตอนนี้จึงอยู่กับผู้บริโภคที่ต้องตั้งการ์ดให้สูงขึ้น และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็ต้องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานมากขึ้น เพราะการเดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่คือชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ไม่ควรถูกแลกด้วยความล้ำหน้าของเทคโนโลยี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...