โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ประเสริฐ’ ยัน ไม่รู้จัก ‘เบน สมิธ‘ ชี้ ตรวจสอบ ‘MOU ดีอี-บ.สิงคโปร์’ แล้ว

The Reporters

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 03.56 น.

‘ประเสริฐ’ ยัน ไม่รู้จัก ‘เบน สมิธ‘ ชี้ ตรวจสอบ ‘MOU ดีอี-บ.สิงคโปร์’ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลั่นกรองตามขั้นตอนโดยละเอียด มั่นใจไร้สิทธิพิเศษ

วันนี้ (12 ธ.ค. 68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอีกับบริษัทจากสิงคโปร์ ที่ได้มีการลงนามกันไว้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 โดยอ้างข้อพิรุธต่าง ๆ ว่า ในเรื่องนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันตั้งแต่การที่ตนเองไปปรากฎในภาพที่ถ่ายร่วมกับ ศาสตรจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และนายเบน สมิธ ในพิธีลงนาม MOU ดังกล่าว ซึ่งขอชี้แจงอีกครั้งว่า ขณะนั้น ตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้รับเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานตามปกติ ไม่ได้รู้จักกับนายเบน สมิธ เป็นการส่วนตัวใด ๆ ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับที่ได้รับเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีต่าง ๆ ซึ่งรัฐมนตรีทุกท่านก็จะได้รับเชิญไปร่วมลักษณะเดียวกันนี้ อีกทั้งในส่วนของสักขีพยานท่านอื่น ๆ ที่เข้าร่วม ตนเองก็ไม่ใช่เป็นผู้ประสานงานเชิญ และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ประสานงาน

สำหรับ MOU ฉบับนี้ ตนเองได้ดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียด เพื่อยืนยันข้อมูลที่ชัดเจนหลังปรากฎเป็นกระแสข่าว ก็พบว่าได้เสนอตามขั้นตอนให้มีการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก่อนที่จะมีการดำเนินการลงนาม ทั้งในส่วนของ สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี, กองการต่างประเทศ กระทรวงดีอี , กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานอัยการสูงสุด โดยที่สำนักงานปลัดกระทรวงดีอีได้รับข้อสังเกตจากทุกหน่วยงานเพื่อประกอบการพิจารณา MOU นี้แล้ว

ทั้งนี้ MOU ฉบับนี้ไม่ได้ระบุเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษหรืออำนวยความสะดวกพิเศษใด ๆ กับเอกชนในทุกเงื่อนไข และยังระบุในเนื้อหาอย่างชัดเจนว่าทุกอย่างต้องเป็นไปภายใต้กฎหมายราชอาณาจักรไทยทุกประการ สิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นย่อมต้องขออนุญาตกับหน่วยงานนั้น ๆ ให้ถูกต้อง รวมถึงสิ่งใดไม่มีกฎหมายรองรับก็จะกระทำไม่ได้

นายประเสริฐ ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวของกระทรวงดีอีไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ใด ๆ ให้กับเอกชนหรือบุคคลใด ๆ โดยเฉพาะ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ขั้นตอนและเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อประเทศและพี่น้องประชาชน โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจ ส่งเสริมนวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรในประเทศไทย ตามนโยบายเพื่อสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และวิสัยทัศน์ประเทศไทย 2030 ‘IGNITE THAILAND’ ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมโลก

“ตลอดเวลาในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี จะเห็นได้ชัดเจนว่า ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เราเป็นรัฐบาลชุดแรกที่ดำเนินการปราบปรามอาชญกรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง ผมได้รับภารกิจสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์นี้มาปฏิบัติด้วยความมุ่งมั่นและเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ ทั้งด้านการปราบปราม การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และการมุ่งหน้าที่จะหานวัตกรรมเพื่อให้ประโยชน์เกิดขึ้นต่อประเทศและประชาชนตลอดระยะเวลา” นายประเสริฐ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...