แพสชันบนฟลอร์กับการไล่ล่าความฝันในเส้นทางไอดอลของ “น้องณิริน” ปณิริน ธรรมวัฒนะ จากความหลงใหลใน K-Pop
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 03.49 น. • HELLO! Magazine Thailandจุดเริ่มต้นที่ท้าทาย 8 ปีแห่งความหลงใหลที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แม้จะบอกว่าเริ่มเต้นมาตั้งแต่ 4 ขวบ รวมแล้วกว่า 8-9 ปี แต่น้องณิรินยอมรับว่าความตั้งใจจริงจังเพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
“หนูเริ่มเรียนเต้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ค่ะ แต่ไม่ได้เรียนต่อเนื่องจริงจัง เพิ่งจะมาปีนี้ที่หนูรู้สึกว่ามี แพสชัน อยากเต้นและอยากร้องเพลงจริง ๆ”
น้องณิรินฝึกฝนอย่างเข้มข้นในคลาสที่มีนักเรียนไม่เกิน 10 คน และใช้เวลาเรียนถึง 4-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าการจำท่า คือ “อินเนอร์” และการใช้สายตาบนเวที
“ที่สำคัญคือ อินเนอร์ และการใช้สายตาบนเวทีที่ห้ามหลุดเลยค่ะ การเทรนแบบนี้จะมีหลายระดับ และเราได้เรียนกับพี่ ๆ ที่เก่งมาก ซึ่งเขาจะช่วยดูว่าเราควรต้องปรับตรงไหน ทำแบบไหน”บทเรียนจากความกดดัน: น้ำตาในห้องซ้อมที่นำมาซึ่งการพัฒนา
เส้นทางสู่ความฝันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ณิรินเคยมีโอกาสไปฝึกเต้นที่เกาหลีใต้เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งแม้จะเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่ก็หนักหนาจนเธอเคยเสียน้ำตา
“ตอนนั้นหนูร้องไห้ในห้องเลยค่ะ แต่พอผ่านมันมาแล้ว หนูก็รู้สึกว่าตัวเองชอบความกดดันแบบนั้นนะคะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอ และทำให้ได้อะไรกลับมาพัฒนาตัวเองอีกเยอะเลย”
น้องณิรินเล่าว่าแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธอไม่รู้สึกเบื่อคือการมองดูศิลปินรุ่นพี่ที่เต้นเก่ง ๆ และอยากเก่งเหมือนพวกเขา โดยสไตล์การเต้นที่เธอฝึกฝนมามีทั้ง K-Pop, Hip Hop, และ Jazz Dance
ไอดอลคือแรงผลักดัน: จาก BLACKPINK สู่ความฝันบนเวที Coachella
สำหรับณิริน ศิลปิน K-Pop คือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ไอดอลที่เธอชื่นชอบ ได้แก่ ชิกิต้า และ ภริตา จากวง Babymonster รวมถึง เจนนี่ และ เยจิ แต่ที่ครองใจตลอดกาลคือ ลิซ่า BLACKPINK
“หนูเห็นพี่ ๆ BLACKPINK พี่ลิซ่ารู้สึกว่าเขาเต้นแล้วเขาสวยมาก แล้วก็อยากเต้นตามเขาค่ะ”
เมื่อถามถึงความฝันสูงสุด ณิรินตอบอย่างไม่ลังเลว่าอยากไปยืนอยู่บนเวทีระดับโลก
“หนูอยากไป Coachella ค่ะ! เพราะรู้สึกว่าเป็นงานที่มีศิลปิน ดารา เซเลบริตี้มากมาย แล้วก็น่าสนใจมาก และพี่ ๆ BLACKPINK ก็เคยไปขึ้นด้วย หนูเลยอยากขึ้นเวทีเดียวกับพวกเขาค่ะ”
การเต้นให้อะไรมากกว่าท่าทาง: สมาธิและการแยกประสาท
การฝึกเต้นอย่างเข้มข้นไม่ได้ให้แค่ทักษะด้านการแสดง แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองและสมาธิ
“สำหรับหนู การเต้นช่วยพัฒนาเรื่อง ความจำ เพราะต้องจำท่าเยอะ และเรื่อง การแยกประสาทค่ะ เพราะบางครั้งมือกับขามันไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วก็เรื่อง สมาธิที่ต้องใช้สูงมาก ไม่อย่างนั้นจะหลุดโฟกัสและเต้นผิดได้ง่าย”
อนาคตที่ณิรินวางไว้คือการเป็นศิลปิน K-Pop หรือไทยก็ได้ “ขอให้ได้เดบิวต์” พร้อมทั้งสนใจด้านดนตรี การร้องเพลง เล่นกีตาร์ และเปียโน โดยมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นคือ “อยากเป็นศิลปิน K-Pop ค่าย YG หรือจะเป็น CEO ก็ได้ค่ะ”
มุมมองของผู้ปกครอง: ‘ภาษา’ คือมรดกสำคัญที่สุด คุณแม่หนิง (คุณแม่ของณิริน) ได้ให้ความเห็นถึงการเลี้ยงดูบุตรสาวในเส้นทางที่เลือกเองว่า:
“หนิงให้ณิรินเรียนเสริมแค่เลขกับภาษาจีน ส่วนเรื่องอื่น ๆ หนิงให้อิสระว่าเขาอยากทำอะไร อยากเรียนอะไร แต่เรื่องภาษาขอให้เป็นไฟลท์บังคับ ของเขา เพราะหนิงรู้สึกว่าตอนเราโตมาเราขาดโอกาสตรงนี้ ถ้าได้ภาษาอีกนิดเราจะมีโอกาสในการทำงานเพิ่มมากขึ้น”
“สำหรับณิรินเอง ในอนาคตหนิงไม่รู้ว่าเขายังจะชอบการเต้นหรือยังฝันอยากเป็นไอดอลอยู่ไหม แต่หนิงเชื่อว่า ภาษาจะเป็นประโยชน์และจะเป็นสิ่งที่ติดตัวเขาไปตลอด”
การสนับสนุนจากครอบครัวจึงไม่เพียงแต่ส่งเสริมแพสชันให้ลูกตามฝัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานทักษะสำคัญที่มั่นคง เพื่อให้ไม่ว่าเส้นทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร ลูกก็พร้อมที่จะเผชิญกับโอกาสและความท้าทายในเวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ