'อนุทิน' หนุนผ่าวิกฤตพนักงานสอบสวน ผุดแท่ง-เพิ่มเงินพิเศษ-อัพค่าสำนวน หลุด 'งานหนัก-เครียด-ป่วย-ซึมเศร้า'
บทความโล่เงิน
ปัญหาพนักงานสอบสวน (พงส.) ที่ใครๆ เปรียบว่าเป็นกระดูกสันหลังของตำรวจไทย อยู่ในสภาพเรื้อรังมามานาน เนื่องจากต้องทำงานหนัก เหตุคนน้อยงานล้น เครียด ล้มป่วย หลายคนซึมเศร้าฆ่าตัวตาย
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ ได้หารือ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ ในฐานะประธานอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับการพัฒนางานสืบสวนสอบสวน จนตกผลึกผ่าทางตันได้
หลังจากนี้จะเสนอ 3 แนวทางเพื่อให้แก้ไขปัญหา พงส.อย่างเร่งด่วน ต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
1.การกำหนดตำแหน่งควบในสายงานสืบสวนสอบสวน (จากสายงานสอบสวนเดิม) ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 62 วรรค 3 โดยเปิดตำแหน่งให้ พงส.ที่ครองตำแหน่งปัจจุบันสมัครใจว่าจะเลือก พงส.ปกติ หรือพนักงานสอบสวนตำแหน่งควบโดยมีแท่งเลื่อนไหล ตั้งแต่ “รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน” ถึง “รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน” ในระดับสถานีตำรวจ และตั้งแต่“ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน” ถึง “รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน” ในระดับกองบังคับการ
2. เพิ่มเงินพิเศษ พงส. ให้อัตราเทียบเท่า พงส.คดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ พบว่า พงส.ดีเอสไอ ระดับ 6 ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 20,000 บาท แต่พงส.ระดับสารวัตร ได้รับเงินเดือนละ 14,400 บาท ขณะที่พงส.ดีเอสไอ ระดับ 7 ได้เดือนละ 30,000 บาท แต่ พงส.ระดับรอง ผกก.ได้ 17,300 บาท
จึงเห็นควรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กำหนดเงินประจำตำแหน่งของพนักงานสอบสวนตำรวจ ให้เป็นไปตามมาตรา 70 วรรคท้าย ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เทียบเคียงกับค่าตอบแทนที่รัฐต้องจ่ายให้กับพนักงานสอบสวนในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ
3. การแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนสำนวนการสอบสวนคดีอาญา พ.ศ.2534 โดยเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนให้สอดคล้อง กับภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการปฏิบัติงานในปัจจุบัน
สำหรับข้อ 3 ซึ่งเป็นค่าทำสำนวนนั้น ใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญา พ.ศ.2534 ตอนนี้ พ.ศ.2568 แล้ว ตอนปี 2534 ราคาทองคำบาทละ 4,000 บาท ค่าตอบแทนสำนวนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 500-1,500 บาท ตามประเภทคดีและอัตราโทษ
ตอนนี้ผ่านมา 34 ปีแล้ว ไม่ได้มีการเปลี่ยนตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งที่ราคาทองคำบาทละ 60,000 กว่าบาทแล้ว ค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ดังนั้นอัตราการจ่ายตอบแทนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้อิงจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงที่ พงส.ต้องสำรองจ่ายไปก่อนจำนวนมาก
จากข้อมูลพบว่า งบประมาณที่รัฐต้องจ่ายเป็นค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาของหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมต่อคดี เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคดี, ป.ป.ท. ไม่ต่ำกว่า 70,000 บาท ต่อคดี และ ป.ป.ช. ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อคดี ทั้งๆ ที่เป็นการทำสำนวนในลักษณะเดียวกัน
สำหรับค่าตอบสำนวนการสอบสวนหรือ “ค่าทำสำนวน” ที่เสนอใหม่ มีดังนี้
คดีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี จากเดิมไม่เกินคดีละ 500 บาท เสนอใหม่เป็นคดีละ 2,000 บาท
คดีโทษจำคุกเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ไม่เกินคดีละ 1,000 บาท ขอเสนอใหม่เป็น 3,000 บาท
คดีโทษจำคุกเกิน 10 ปีไม่เกินคดีละ 1,500 บาท ขอเสนอใหม่เป็น 5,000 บาท
สำนวนคดีจราจรทางบวกมีผู้ได้รับอันตรายสาหัสหรือเสียชีวิต ค่าตอบแทน 500-1,000 บาท เสนอเพิ่มเป็น 3,000 บาท
หลังจากนี้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ และ พล.ต.อ.เอกจะหารือทั้ง 3 แนวทาง กับ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาอนุมัตินำเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไป ให้มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นด่านหน้าในกระบวนการยุติธรรมของชาติ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยประสิทธิภาพ สมศักดิ์ศรี และได้รับความเป็นธรรมตามภาระงานที่แท้จริง
พล.ต.อ.เอกขยายเพิ่มเติมว่า “ทั้งสามข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาของพนักงานสอบสวน ข้อที่ 1 เรื่องการกำหนดตำแหน่งควบพนักงานสอบสวน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ดำเนินการเร่งรัดสำนักงานกำลังพล หรือ สกพ. เพื่อจะดำเนินการแต่งตั้งในวาระประจำปี 2568”
“ส่วนข้อ 2 และข้อ 3 เรื่องเงินตำแหน่งพนักงานสอบสวน และเงินค่าทำสำนวนจะได้นำเรียนนายกฯ อนุทิน เพื่อพิจารณาสั่งการกระทรวงการคลังดำเนินการให้ความเห็นชอบ”
“โดยนายกฯ อนุทินกล่าวในที่ประชุม ก.ตร. หากมีอะไรที่จะสนับสนุนการทำงานของตำรวจ จะรีบพิจารณาดำเนินการให้ เพราะอายุรัฐบาล 4 เดือน ดังนั้นจะไปหารือ ผบ.ตร.ต่อไป”
ปิดท้ายด้วยข้อความพนักงานสอบสวนแชร์กันสนั่นโซเชียล… วันเวลาผ่านไปกลับมาอ่านใหม่เนื้อหาทันสถานการณ์ปัจจุบัน
“เรื่องจริง… พนักงานสอบสวนหลายโรงพัก
เครียด เป็นโรคซึมเศร้า
ผลพวงจากงานหนัก
คดีมาก คนน้อย งานล้นมือ มีแต่คนสั่ง ไม่มีคนช่วยทำ…
คดียาเสพติด สอบขยายผลถึงใครบ้าง
คดีออนไลน์ ทำถึงไหน ออกหมายจับใครบ้าง
ชาวบ้านแจ้งความลักทรัพย์ ทำอะไรไปบ้าง รู้ตัวคนร้ายยัง…
ลูกจ้างโกงบริษัท ตรวจสอบบัญชียัง…
รถชนใครผิดใครถูก
รถชนแล้วหนี รู้ตัวยัง…
ผัวเมียทะเลาะ หมาขี้หน้าบ้าน
เสพยาเมาเหล้าก่อกวนเพื่อนบ้าน รังควานผู้หญิง
ด่าทางเฟซทางไลน์
บุกรุกป่า รู้ตัวยัง… ฯลฯ
แจ้งความแล้ว ทำไม่ทัน คดีไม่คืบหน้า ถูกร้องเรียน ถูกด่า ถูกตั้งกรรมการ
เครียด…
ต่อไปยังจะหนักกว่านี้ มีพวกโลกสวย แก้ไข ป.วิ.อาญา
เพิ่มงานให้พนักงานสอบสวนอีก… จะออกหมายเรียก จะออกหมายจับ…
ต้องทำรายงานเสนออัยการ
ท้องที่ไกล ขับรถเป็นร้อยกิโลเมตร มานั่งเฝ้ากันเป็นวันอีก
จะเพิ่มทั้งผู้ว่าฯ ทั้งอัยการ มาควบคุมพนักงานสอบสวนอีก…
เพิ่มความเครียดขึ้นไปอีก…
อาจมีข่าวพนักงานสอบสวนเครียด ยิงผู้ว่าฯ ยิงอัยการ…
พนักงานสอบสวน ใครไม่ไหว อย่าคิดสั้น…
ลาออกไปเป็นอินฟลูฯ สร้างตัวตนให้ดัง
จูงมือผู้เสียหายไปแจ้งความตามโรงพัก
รายได้ดี ไม่ต้องเหนื่อยทำสำนวน
เห็นรวยๆ ตั้งมูลนิธิเพื่อสังคม รับเงินบริจาคกันหลายคน
มีรายได้จากสื่อโชเซียล เผลอๆ มีนักการเมืองมาสนับสนุนตั้งบริษัทให้…
#สู้กันต่อไป
ถ้าระบบแท่งพนักงานสอบสวนไม่กลับมา
มีแต่คนหนี มีแต่คนอยากได้ตำแหน่งแต่ไม่ทำงานสอบสวน
คนที่อยู่ก็เหนื่อยกันต่อไป…”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อนุทิน’ หนุนผ่าวิกฤตพนักงานสอบสวน ผุดแท่ง-เพิ่มเงินพิเศษ-อัพค่าสำนวน หลุด ‘งานหนัก-เครียด-ป่วย-ซึมเศร้า’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly