โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

COCOCO ผลประกอบการ 9 เดือน กำไร 211.68 ลบ.แม้เจอแรงกดดันด้านต้นทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 08.13 น.

บมจ. ไทย โคโคนัท เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 รักษาผลกำไรที่ 211.68 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ เดินหน้ากลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด พร้อมเร่งลงทุนโรงงานในฟิลิปปินส์ เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

12 พฤศจิกายน 2568 -ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวรายใหญ่ เปิดเผยผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 5,117.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.73% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรสุทธิ 211.68 ล้านบาท

การเติบโตของรายได้หลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามกระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืชและอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้เติบโตจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผลกำไรสุทธิที่ระดับ 211.68 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 เป็นผลมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบมะพร้าว ซึ่งได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) โดยบริษัทชี้แจงว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นภาวะชั่วคราว ถึงแม้ต้องเผชิญภาวะต้นทุนที่ผันผวน แต่บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ในระดับที่มั่นคงได้

บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้มีประสิทธิผลสูงสุด และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้กับผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นในระยะยาว

สำหรับผลประกอบการเฉพาะงวดไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,770.96 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว ขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 69.45 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 3 อยู่ในระดับดังกล่าว มาจาก:

  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น : จากการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว การทดลองเดินเครื่องจักรใหม่ก่อนเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากรและการดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กร เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
  • ต้นทุนขายและบริการลดลง : ต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 3 ลดลงมาอยู่ที่ 1,424.46 ล้านบาท โดยเป็นผลจากราคาวัตถุดิบมะพร้าวที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง และบริษัทสามารถควบคุมประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economy of Scale) ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย

บริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศในภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกา พร้อมทั้งเดินหน้าโครงการลงทุนผ่านบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC.

การลงทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk) ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยคาดการณ์ว่าโรงงานแห่งใหม่ในฟิลิปปินส์จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 ทั้งนี้ แม้ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน บริษัทฯ ยังคงดำเนินกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการกระจายตลาดและฐานลูกค้าเพื่อรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...