โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอไขข้อสงสัย ปลาเค็ม เสี่ยงก่อมะเร็ง? ชี้อย่าแตกตื่นจนทำลายอาหารมื้ออร่อย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 01.27 น.

หมอไขข้อสงสัย “ปลาเค็ม” เสี่ยงก่อมะเร็ง? ชี้อย่าแตกตื่นจนทำลายอาหารมื้ออร่อย

กรณี ข่าวลือสุดช็อกคนไทย ในโซเชียลมีเดียว่า “องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดปลาเค็มเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงเทียบเท่าบุหรี่” ทำให้หลายครัวเรือนหวาดกลัวจนเลิกกินปลาเค็ม นั้น

วันที่ 12 พฤศจิกายน นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ ออกมาเผยความจริงจากหลักฐานวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเฉพาะ “ปลาเค็มแบบจีน” ที่หมักเกลือหนักเท่านั้นที่เสี่ยงมะเร็งโพรงจมูก และไม่รุนแรงเท่าบุหรี่ พร้อมแนะวิธีบริโภคให้ปลอดภัย

“ข่าวนี้บิดเบือนจนคนเข้าใจผิดว่าปลาเค็มทุกชนิดอันตราย ทั้งนี้ WHO ผ่านสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติระบุแค่ปลาเค็มแบบจีน เช่น ปลาอินทรีย์หรือปลาสำลีที่หมักเกลือเข้มข้นนาน 7-8 วัน เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ตั้งแต่ปี 2536 เพราะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งโพรงจมูก ส่วนปลาเค็มแบบไทย เช่น ปลาแดดเดียวที่ทำจากปลาทูหรือปลากะตัก ยังไม่มีหลักฐานว่าเสี่ยง”นพ.ฆนัท กล่าว

นพ.ฆนัท อธิบายว่า ปลาเค็มแบบจีนมักใช้เกลือในปริมาณมาก หมักปลาชนิดเนื้อแน่น เช่น ปลาอินทรีย์ ลงในถังหรือกองเกลือเป็นเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาโดยไม่ต้องแช่เย็น กระบวนการหมักระยะยาวนี้อาจทำให้เกิดสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถทำลายดีเอ็นเอและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งโพรงจมูก โดยเฉพาะในผู้ที่บริโภคเป็นประจำตั้งแต่วัยเด็ก

“ในทางกลับกัน ปลาเค็มแบบไทย เช่น ปลาทูเค็มหรือปลากะตักเค็ม มักใช้เกลือในปริมาณน้อยกว่า หมักหรือคลุกเกลือเพียง 1–2 วัน แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง กระบวนการนี้สั้นกว่าและลดโอกาสเกิดไนโตรซามีน ทำให้ความเสี่ยงต่อสุขภาพต่ำกว่ามาก”นพ.ฆนัท กล่าว

นพ.ฆนัท ย้ำว่า การบอกว่าปลาเค็มร้ายเท่าบุหรี่นั้นเกินจริง เพราะบุหรี่ก่อมะเร็งหลายชนิด เช่น ปอด คอ กระเพาะปัสสาวะ และคร่าชีวิตคนนับล้านต่อปี ขณะที่ปลาเค็มแบบจีนเสี่ยงแค่โพรงจมูก ซึ่งพบน้อยในไทย “ปลาเค็มยังมีประโยชน์ เช่น โปรตีนสูงช่วยสร้างกล้ามเนื้อและไขมันดีที่บำรุงหัวใจ ถ้ากินอย่างเหมาะสม”

เพื่อความปลอดภัย นพ.ฆนัทแนะวิธีบริโภคที่ทุกคนทำได้ง่าย ควรกินปลาเค็มไม่เกิน 50-100 กรัมต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 1-2 ชิ้นเล็กๆ เลือกแบบเกลือน้อย เช่น ปลาทูเค็มหรือปลากะตักเค็มที่ไม่หมักนาน ปรุงโดยนึ่งหรือต้มแทนการทอด และกินคู่ผักผลไม้ เพื่อลดความเสี่ยง ถ้ากินบ่อย ควรตรวจคัดกรองมะเร็งโพรงจมูกทุกปี

“อย่าปล่อยให้ข่าวลือทำลายมื้ออร่อย” นายแพทย์ฆนัทกล่าว และว่า “รู้จักเลือกกินปลาเค็มแบบฉลาด แล้วคุณจะได้ทั้งรสชาติและสุขภาพแข็งแรง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอไขข้อสงสัย ปลาเค็ม เสี่ยงก่อมะเร็ง? ชี้อย่าแตกตื่นจนทำลายอาหารมื้ออร่อย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...