โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DITP ดัน Soft Power ไทยบุกตลาดญี่ปุ่น ผ่านมังงะ–กาชาปอง กระตุ้นกระแสสินค้าไทยทั่วประเทศญี่ปุ่น

The Better

อัพเดต 29 พ.ย. 2568 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2568 เวลา 04.47 น. • THE BETTER
DITP เดินหน้าขยาย Soft Power ไทยในญี่ปุ่น จับมือค่ายมังงะ–ผู้ผลิตกาชาปองยักษ์ใหญ่ ผลิตคอนเทนต์และของเล่นสะสมถ่ายทอดเสน่ห์สินค้าและบริการไทยสู่ผู้บริโภคญี่ปุ่นกว่า 200,000 คนต่อวัน

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยภายหลังติดตามความคืบหน้าความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท MIARAWASHIYA LLC และบริษัท KENELEPHANT Co., Ltd. เพื่อผลักดันภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยในญี่ปุ่น ผ่านสื่อมังงะและตู้กาชาปอง ณ Daikanyama T-site และสถานีรถไฟชิมบาชิ กรุงโตเกียว

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มการรับรู้ สร้างความนิยมสินค้าบริการไทยในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่น และเชื่อมโยงภาพลักษณ์ประเทศไทยกับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยอดนิยมของญี่ปุ่น ทั้งมังงะและกาชาปอง ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมสูงและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากทั่วประเทศ

สำหรับความร่วมมือกับ KENELEPHANT Co., Ltd. ผู้ผลิตของเล่นแคปซูลรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้พัฒนาสินค้าขนาดเล็ก (Miniature Mascot) ที่หลากหลายเกี่ยวกับสินค้าและบริการไทย ในรูปแบบ “Thailand Official Gashapon” ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย

กาชาปองซีรีส์แรกเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วยสินค้าจำลอง 5 รายการ รวมจำนวนการผลิต 25,000 ชิ้น อาทิ
-คาแรกเตอร์น้องมะม่วง
-เบียร์ช้าง
-เงาะกระป๋อง
-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า
-รถไฟไทย
โดยวางจำหน่ายในร้าน KENELEPHANT ทุกสาขาและร้านกาชาปองทั่วประเทศ เช่น ชิมบาชิ อากิฮาบาร่า อุเอะโนะ โยโกฮาม่า นาโกยา ซัปโปโร เกียวโต รวมถึงสนามบินฮาเนดะ เป็นต้น

ทั้งนี้ตลาดกาชาปองญี่ปุ่นมีมูลค่ากว่า 64,000 ล้านเยน และมีตู้มากกว่า 700,000 ตู้ทั่วประเทศ ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟชิมบาชิซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 200,000 คนต่อวัน การนำเสนอเสน่ห์และอัตลักษณ์ของไทยผ่านคอนเทนต์ญี่ปุ่นยอดนิยม ทั้งมังงะและกาชาปอง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายวัย และสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคญี่ปุ่นกับสินค้าไทยได้อย่าง ทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมเตรียมต่อยอดการทำงานร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยในอนาคต
โดยในส่วนของความร่วมมือกับ MIARAWASHIYA LLC ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง Mariko Kobayashi ทีมผู้สร้างได้เดินทางมาเก็บข้อมูลในไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว “ผ้าไทย” ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันเป็นพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มาสร้างเป็นมังงะเผยแพร่ในญี่ปุ่น

ผลงานล่าสุด “Soi Story Mangaka wa Thai no Roji – Soi – wo Yuku” ได้ตีพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม และมียอดจำหน่ายแล้วถึง 7,600 เล่ม วางขายทั่วประเทศญี่ปุ่นและออนไลน์บน Amazon พร้อมทั้งมีรูปแบบดิจิทัลให้บริการ และอยู่ระหว่างเตรียมพิมพ์เพิ่มจากกระแสตอบรับเชิงบวกของผู้อ่านชาวญี่ปุ่นที่สนใจประเทศไทย

นอกจากนี้ มังงะดังกล่าวยังมียอดอ่านออนไลน์กว่า 90,000 วิว โดยกลุ่มผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงช่วงอายุ 20–39 ปี สะท้อนว่าคอนเทนต์ไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บัญชี SNS ของ Mariko Kobayashi มียอดผู้ติดตามมากกว่า 33,600 คน และยอด Impression รวมกว่า 7.5 ล้านครั้ง

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โปรเจกท์ความร่วมมือกับบริษัท MIARAWASHIYA LLC ในครั้งนี้ ได้สร้างความสนใจให้กับวงการมังงะญี่ปุ่น และได้สร้างแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่นๆสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศไทย ซึ่งล่าสุดนี้ทางสำนักงานกำลังจะต่อยอดสร้างความร่วมมือกับบริษัท Tatsunoko Production Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการทำมังงะถ่ายทอดเรื่องราวสินค้าและบริการไทยเพื่อเจาะกลุ่ม First Jobber (กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงานครั้งแรก) ชาวญี่ปุ่น โดยจะใช้การดึงดาราและ Influencer ดังชาวญี่ปุ่นมาร่วมเป็นตัวละครนำในมังงะชุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดตัวได้ภายในช่วงต้นปีหน้านี้ และน่าจะช่วยสร้างกระแสของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าไปที่ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ thaitrade.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...