บาทอ่อนค่า หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%
บาทอ่อนค่า หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ตามคาด จากเดิม 1.50% ต่อปีมาอยู่ที่ 1.25% โดยให้มีผลทันที
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเข้าวันนี้ (17/12) ที่ระดับ 31.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/12) ที่ระดับ 31.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังวานนี้ (16/12) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%
ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3%
นอกจากนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16,250 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 พ.ย. โดยตัวเลขการจ้างงานดังกล่าวบ่งชี้การขยายตัวของตลาดแรงงานสหรัฐ หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ADP รายงานตัวเลยการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4,750 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ย.
โดยหลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเมื่อวานนี้ ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือน ม.ค.2569 ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 75.6% ต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือน ม.ค. 2569 และให้น้ำหนัก 24.4% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.25-3.50%
นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 54.2 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจากคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด รวมทั้งการใช้มาตรการกระตุ้นทางด้านการคลังของรัฐบาล
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐโดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.8 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 52.2 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.9 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 54.1 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัว
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (17/12) คณะกรรมการนโยบายการเงินเปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.25% จากเดิม 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ กนง.เห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจน และมีความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยเสริมประสิทธิผลของมาตรการทางการเงิน และนโยบายอื่นของภาครัฐ
พร้อมมองว่า เศรษฐกิจไทยในปี 69 และปี 70 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากช่วงครึ่งแรกของปี 68 ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามแนวโน้มรายได้ และภาคส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ตามราคาพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์มีจำกัดในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัว และคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเปราะบางยังด้อยลง โดย SMEs ถูกกดดันด้านสภาพคล่อง จากทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและการแข็งค่าของเงินบาท ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.41-31.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/12) ที่ระดับ 1.1749/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/12) ที่ระดับ 1.1760/61 ดอลลาร์สทรัฐฯ/ยูโร หลังวานนี้ (16/12) ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซนจาก HCOB ซึ่งจัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยว่า กิจกรรมทางธุรกิจในเขตยูโรโซนชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงสิ้นปี 2568
โดยดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 51.9 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 52.8 ในเดือน พ.ย. เนื่องจากภาคการผลิตมีการหดตัวรุนแรงขึ้น ขณะที่การขยายตัวในภาคบริการซึ่งเป็นภาคส่วนหลักเริ่มชะลอตัวลง อีกทั้ง ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50.0 ซึ่งเป็นเกณฑ์ป่งชี้ถึงการขยายตัว ส่งผลให้ปี 2568 เป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2562 ที่ดัชนียืนเหนือระดับดังกล่าวได้ตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ดี แม้การเติบโตของภาคบริการจะชะลอตัวลง แต่ภาคบริการยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นลดลงสู่ระดับ 52.6 ในเดือน ธ.ค. จากระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 53.6 ในเดือน พ.ย. และต่ำกว่าตัวเลยคาดการณ์ที่ระดับ 53.3 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ใกล้เคียงกับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้จนถึงปี 2570 เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1702 – 1.1750 ดอลลาร์สหรัฐยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1719/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (17/12) ที่ระดับ 154.61/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/12) ที่ระดับ 154.77/81เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
โดยกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นขยายตัว 6.1% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 9 เดือน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะโต 4.8% ทั้งยังขยายตัวต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือน ต.ค. ขณะเดียวกัน การนำเข้าของญี่ปุ่นในเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 1.3% ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% ส่งผลให้ญี่ปุ่นเกินดุลการค้า 3.223 แสนล้านเยน (2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพ.ย.
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.50 – 155.59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.48/49 เยน/ดอลลาร์สทรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ (16/12), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐฯ (16/12), อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ (16/12),ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหรัฐฯ (16/12), ดุลการค้าของญี่ปุ่น (17/12),
การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (17/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (17/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (18/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (18/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (18/12), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (18/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (19/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.6/-7.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -5/-3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐฯ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาทอ่อนค่า หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net