โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บาทอ่อนค่า หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 11.42 น.

บาทอ่อนค่า หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ตามคาด จากเดิม 1.50% ต่อปีมาอยู่ที่ 1.25% โดยให้มีผลทันที

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเข้าวันนี้ (17/12) ที่ระดับ 31.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/12) ที่ระดับ 31.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังวานนี้ (16/12) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3%

นอกจากนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16,250 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 พ.ย. โดยตัวเลขการจ้างงานดังกล่าวบ่งชี้การขยายตัวของตลาดแรงงานสหรัฐ หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ADP รายงานตัวเลยการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4,750 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 พ.ย.

โดยหลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเมื่อวานนี้ ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือน ม.ค.2569 ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 75.6% ต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือน ม.ค. 2569 และให้น้ำหนัก 24.4% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.25-3.50%

นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 54.2 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจากคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด รวมทั้งการใช้มาตรการกระตุ้นทางด้านการคลังของรัฐบาล

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐโดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.8 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 52.2 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.9 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 54.1 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (17/12) คณะกรรมการนโยบายการเงินเปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.25% จากเดิม 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ กนง.เห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจน และมีความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยเสริมประสิทธิผลของมาตรการทางการเงิน และนโยบายอื่นของภาครัฐ

พร้อมมองว่า เศรษฐกิจไทยในปี 69 และปี 70 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากช่วงครึ่งแรกของปี 68 ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามแนวโน้มรายได้ และภาคส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ตามราคาพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์มีจำกัดในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัว และคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเปราะบางยังด้อยลง โดย SMEs ถูกกดดันด้านสภาพคล่อง จากทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและการแข็งค่าของเงินบาท ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.41-31.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/12) ที่ระดับ 1.1749/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/12) ที่ระดับ 1.1760/61 ดอลลาร์สทรัฐฯ/ยูโร หลังวานนี้ (16/12) ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซนจาก HCOB ซึ่งจัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยว่า กิจกรรมทางธุรกิจในเขตยูโรโซนชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงสิ้นปี 2568

โดยดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 51.9 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 52.8 ในเดือน พ.ย. เนื่องจากภาคการผลิตมีการหดตัวรุนแรงขึ้น ขณะที่การขยายตัวในภาคบริการซึ่งเป็นภาคส่วนหลักเริ่มชะลอตัวลง อีกทั้ง ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50.0 ซึ่งเป็นเกณฑ์ป่งชี้ถึงการขยายตัว ส่งผลให้ปี 2568 เป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2562 ที่ดัชนียืนเหนือระดับดังกล่าวได้ตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ดี แม้การเติบโตของภาคบริการจะชะลอตัวลง แต่ภาคบริการยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นลดลงสู่ระดับ 52.6 ในเดือน ธ.ค. จากระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 53.6 ในเดือน พ.ย. และต่ำกว่าตัวเลยคาดการณ์ที่ระดับ 53.3 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ใกล้เคียงกับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้จนถึงปี 2570 เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1702 – 1.1750 ดอลลาร์สหรัฐยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1719/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (17/12) ที่ระดับ 154.61/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/12) ที่ระดับ 154.77/81เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ

โดยกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นขยายตัว 6.1% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 9 เดือน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะโต 4.8% ทั้งยังขยายตัวต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือน ต.ค. ขณะเดียวกัน การนำเข้าของญี่ปุ่นในเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 1.3% ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% ส่งผลให้ญี่ปุ่นเกินดุลการค้า 3.223 แสนล้านเยน (2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพ.ย.

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.50 – 155.59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.48/49 เยน/ดอลลาร์สทรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ (16/12), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐฯ (16/12), อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ (16/12),ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหรัฐฯ (16/12), ดุลการค้าของญี่ปุ่น (17/12),

การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (17/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (17/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (18/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (18/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (18/12), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (18/12), การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (19/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.6/-7.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -5/-3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐฯ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาทอ่อนค่า หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...