ไทยส่งF-16 ถล่มที่ตั้งยิงอาวุธกัมพูชา ทอ. แจงปฏิบัติการตอบโต้เขมร เป็นภัยต่อความมั่นคงโดยตรงของไทย
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากฝ่ายทหารกัมพูชาเปิดฉากปะทะทหารไทยอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น ความคืบหน้าล่าสุด ฝ่ายไทยเริ่มมีการใช้อากาศยาน กระทำต่อเป้าหมาย 3 พื้นที่ เบื้องต้นได้แก่ 1. ช่องอานม้า 2. ปราสาทคนา 3. เสาวิทยุ พื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร เนื่องจากเป็นที่ตั้งยิงอาวุธสนับสนุนของฝ่ายทหารกัมพูชา และพื้นที่เป้าหมายเหล่านั้นได้ มีการใช้อาวุธ ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดกระทำต่อฝ่ายไทย ที่บริเวณฐานอนุพงศ์ เป็นเหตุให้ มีกำลังพลเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บจำนวน 2 นาย
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้ใช้เครื่องบิน F-16 ในการสนับสนุนภาคพื้น โดยเป้าหมายอยู่ที่ปืนใหญ่ฝั่งกัมพูชาที่ยิงเข้ามาฝั่งไทย ขณะนี้กำลังปฎิบัติภารกิจอยู่
ด้าน พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เผย การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังสุรนารี ในการตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของไทย รวมทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ชายแดน และกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัดกำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย จึงนำไปสู่การใช้กำลังทางอากาศ เพื่อยับยั้งและลดศักยภาพทางทหารของกัมพูชาในระดับที่จำเป็นต่อการรักษาความมันคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้ปฏิบัติภารกิจอย่างรอบคอบ โดยกำหนดเป้าหมายเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร คลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางสนับสนุนการรบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง พร้อมทั้งยังตรวจสอบผลการโจมตี เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามหลักสากลของการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence) ตามกฎบัตรสหประชาชาติ และยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality) อย่างเคร่งครัดกองทัพอากาศตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ และยังคงยึดมั่นในการดำเนินมาตรการทุกขั้นตอนเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคงและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
กองทัพอากาศยืนยันว่า จะปฏิบัติการทางอากาศบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ และจะตอบสนสนองต่อภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อเอกราชอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้เป้าหมายสูงสุดคือการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น