‘ป๋อ ณัฐวุฒิ’ รับติดใจศัลยกรรมแต่ไม่เอาถึงขั้นเปลี่ยนหัว เผยนาทีสวดมนต์ลุ้นผลมะเร็ง ‘เอ๋’
ยิ้มกว้างรับต้นปีด้วยความโล่งอกสำหรับพระเอกรุ่นใหญ่ “ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ที่ล่าสุดปรากฏตัวโชว์ออร่าความหล่อในงานเปิดตัวบิ๊กเซอร์ไพรส์ละครพีเรียด "ยิหวาดาตัง" ศึกไสยเวทแดนใต้ งานนี้เจ้าตัวไม่ได้มาแค่เปิดตัวผลงานใหม่ แต่ยังหอบข่าวดีเรื่องอาการป่วยของภรรยาสุดที่รักมาฝากแฟนๆ พร้อมประกาศลั่นปีนี้ขอฟิตร่างกายหนัก เพื่อกลับมาเป็นคุณพ่อร่างทองให้ลูกๆ ได้ภูมิใจ
โดย หนุ่มป๋อ เผยว่า “เรื่องที่ไปทำหน้าใหม่ที่เกาหลี คือตามันไม่ไหวแล้ว มันถึงจุดที่ตาด้านล่างย่นและตาตกจนทนไม่ไหว เวลาถ่ายรูปแล้วคนบอกให้ยิ้ม ผมก็ยิ้มจนสุดแล้วแต่ตาก็ยังดูตกจนเสียความมั่นใจ ก็เลยทำนิดนึง ตอนนี้ดูแลตัวเองหนักกว่าเมื่อก่อน คือเมื่อก่อนผมไม่สนใจเรื่องสกินแคร์เลย แต่เดี๋ยวนี้ซื้อเยอะกว่าภรรยาอีกครับ มีอยู่ช่วงหนึ่งหน้าแย่มาก เราก็ดูแลทาโน่นทานี่จนมันดีขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะเข้าไปถึงวงการศัลยกรรม พอเข้าไปถึงแล้วออกไม่ได้ คราวนี้พอไปเกาหลีก็หน้าบวม ไม่ต้องตกใจแสดงว่ามีร้านประจำมีโรงพยาบาลประจำแล้ว (หัวเราะ)”
”พออายุ 51 แล้วมันเห็นชัดว่าหน้าย่นไปตามวัย แต่ผมตั้งใจจะทำให้น้อยที่สุด ไม่ให้หน้าเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนหน้าใหม่หมดก็ต้องรอซัก 60 ปีแล้วกัน (หัวเราะ) เราอยากจะให้หน้าเป็นธรรมชาติ อะไรที่ไม่ไหวก็ต้องทำ กลัวที่สุดเลยคือเรื่องหน้าเป็นธรรมชาติ เพราะเราต้องอยู่กับหน้านี้ไปตลอด มันเขินเวลามีเสียงกระซิบแต่บางคนก็มีเดินมาถามเลยว่าเราไปทำหน้าที่ไหน เราก็แนะนำเขาไป ภรรยาผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเราจับมือไปทำด้วยกัน ลูกก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่ในวัยยังเด็กเขาไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่เขาก็จะตกใจเวลาเราพันผ้า หน้าบวมมาเขาถามว่าไปทำอะไรมาขนาดนั้น เราก็ตอบไปว่าถ้าเราไม่เป็นดาราเราคงไม่ทำเยอะขนาดนี้หรอก“
“ถามว่าจะเป็นเอเจนซี่พาคนไปศัลยกรรมเองไหมอันนั้นให้คุณโอ๋ ภัคจีราไปดีกว่าใครสนใจเข้าไปในไลฟ์สดของคุณโอ๋ได้เลยเขาสามารถตอบคำถามได้ สำหรับปีนี้ขอพักเรื่องศัลยกรรมก่อนเน้นเรื่องกู้ร่างทองมา เห็นชาย ชาตโยดม เขาทำแล้วเราก็อยากทำบ้าง ความที่เจ๋งกว่าร่างทองคือเราอยากมีสุขภาพที่ดีจะได้อยู่กับลูก เมษายนนี้น่าจะได้เห็น“
”อาการของภรรยา (เอ๋ พรทิพย์) หลังจากตรวจพบมะเร็งปอดปีที่ผ่านมา เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพิ่งไปสแกนรอบที่สองมาครับ ก่อนเข้าห้องสแกนเราสวดมนต์กันใหญ่เลย แต่สุดท้ายผลออกมาคือ ปกติ ตอนนี้เอ๋ต้องไปตรวจติดตามทุก ๆ 6 เดือนให้ครบ 5 ปี โดยเฉพาะ 2 ปีแรกต้องเข้มงวดที่สุดเพราะมะเร็งปอดมีโอกาสกลับมาได้เร็วที่สุด สภาพจิตใจ สบายใจขึ้นและมีความสุขมากขึ้นครับ ผมบอกเอ๋ว่าอย่าไปกังวลเรื่องมันจะกลับมาหรือไม่ เพราะเราเดาไม่ได้ ในเมื่อตัดออกไปแล้วก็ใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด, ตอนนี้ครอบครัวเราคิดใหม่ทำใหม่ อยากกินอะไรก็กิน อยากเที่ยวก็เที่ยว ใช้ชีวิตให้มีความสุข“
ขอบคุณภาพจาก:poh_natthawut