โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกศาลโชว์ผลงานตำรวจศาลจับจำเลยหนีการพิจารณาคดี 2.2หมื่นหมาย

NATIONTV

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 01.04 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 06.47 น.

กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ผลักดัน พรบ.ตำรวจศาล พ.ศ. 2562 ต่อมาจึงเกิด หน่วยงาน เจ้าพนักงานตำรวจศาล Court Marshal มีจุดมุ่งหมายให้ศาลมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้คำสั่งศาลโดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาตำรวจทุกกรณีเหมือนในอดีต หลายคนเรียกว่า“จั่นเจา” ซึ่งเป็นองครักษ์พิทักษ์“ท่านเปา”แต่สังกัดภายใต้สำนักงานศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2568 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม หรือโฆษกกุ้งเปิดเผยถึงภารกิจผลงานของเจ้าพนักงานตำรวจศาลในช่วงที่ผ่านมาว่า

เจ้าพนักงานตํารวจศาล คือข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมที่สังกัดอยู่ในสํานักงานศาลยุติธรรม

โดยหน่วยงานตรงที่รับผิดชอบดูแลคือศูนย์รักษาความปลอดภัยของสํานักงานศาลยุติธรรม

เจ้าพนักงานตํารวจศาลมีหน้าที่หลัก แบ่งออกเป็น 2 กรณีครับ กรณีเเรก 1 เนี่ยก็คือดูแลในเรื่องของความปลอดภัยของบุคคล และก็ทรัพย์สินของทางราชการ โดยเฉพาะประชาชนผู้มาติดต่อราชการ รวมถึงบุคลากรของศาลด้วย

เจ้าพนักงานตํารวจศาลจึงมีหน้าที่ดูแลในเรื่องของการจัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึงเรื่องการตรวจสอบการกระทําความผิดที่เกิดขึ้นในบริเวณศาล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนําพาอาวุธหรือ สิ่งผิดกฎหมาย เช่นยาเสพติดเข้ามาในบริเวณศาล ซึ่งมีการตรวจค้นเจอในทุกๆวันในทั่วประเทศ ที้กล่าวมาคือส่วนของการป้องกัน

เเละอีกส่วนคือเรื่องการระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในบริเวณศาล

หน้าที่ประการที่ 2 ของตํารวจศาลก็คือเรื่องการบังคับ ตามกฎหมาย เรื่องนี้ถือว่ามีส่วนสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการทําให้กระบวนการยุติธรรม ครบถ้วนสมบูรณ์และ เดินหน้าต่อไปได้ เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่ในการ ติดตามจับกุมบุคคลซึ่งได้รับการอนุญาตจากศาลให้ปล่อยชั่วคราว แล้วหลบหนี

ถือเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญของตํารวจศาลที่จะคอยติดตามจับกุมจำเลยหลบหนีตามหมายจับ เพื่อที่จะทําให้กระบวนการพิจารณาคดีในศาลสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนนี้รวมถึงบุคคลที่ขัดขืนหรือฝ่าฝืนหมายเรียก หรือคําสั่งของศาล ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจศาล

เจ้าพนักงานตํารวจศาลจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกว่าปฏิบัติการ จะมีอายุไม่เกิน 35 ปีคุณสมบัติหลักๆก็คือในเรื่องของ การศึกษา ก็ต้องจบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรีทางด้านกฎหมาย หรือรัฐศาสตร์เเละบริหารรัฐกิจ

แต่ถ้ารัฐศาสตร์หรือบริหารรัฐกิจ กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการลงเรียนวิชากฎหมายอาญา และวิชาวิธีพิจารณาความอาญาเอาไว้ด้วย หรืออาจจะเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ของโรงเรียนนายร้อยตํารวจก็จะเป็นหลักสูตรที่คุณสมบัติสามารถสอบเข้ามาได้

อีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่าปฏิบัติงาน คุณสมบัติอายุไม่เกิน 27 ปี คุณวุฒิการศึกษา ต้องสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแต่ก็อาจจะต่ำกว่าระดับปริญญาตรี เช่น ปวส.หรือว่าประกาศนียบัตรต่างๆ หรือว่าคุณสมบัติตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศ

เมื่อเข้ามาแล้วก็ จะมีการบรรจุแต่งตั้ง โดยก่อนที่จะปฏิบัติงานก็ต้องมีการฝึก อบรมตามหลักสูตรที่สํานักงานศาลยุติธรรม กําหนดเอาไว้ แล้วจึงออกปฏิบัติกระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้ทุกศาลในประเทศมีเจ้าพนักงานตํารวจศาลประจําการอยู่แล้ว 679 คน โดยเฉลี่ยศาลละ1- 4 คน ก็ขึ้นอยู่กับ ปริมาณคดี ภารกิจหน้าที่ของแต่ละศาล

อย่างศาลที่อาจจะมีอัตรากําลังของเจ้าหน้าตํารวจศาลมากกว่าที่อื่นหน่อย ก็อย่างเช่นศาลอาญามีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 8 คน

ในส่วนของความก้าวหน้าหรือว่าเส้นทางการรับราชการของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ของศาลยุติธรรมของเรา ถึงสูงสุดก็มีสิทธิ์ที่จะดํารงตําแหน่งได้จนกระทั่งถึงรองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม

ในอนาคตของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ที่เราคาดหวังคือการกระจายศูนย์กลางของการบริหารจัดการ ไปสู่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ ประสานงานของเจ้าพนักงานตํารวจศาลในแต่ละภาคขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทํางานของแต่ละภาคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม ยังได้กล่าวถึงผลงานหลักของตำรวจศาลที่ผ่านมามีบุกจับจำเลยตามหมายจับศาลหลายรายเเต่ไม่ได้เป็นข่าว ซึ่งสถิติสรุปผลการติดตามจับกุมหมายจับของศาลโดยตำรวจศาล ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2564- 31ธ.ค. 2568 ตำรวจศาล หรือประมาณ4 ปี ตำรวจศาลจับกุมผู้ต้องหาเเละจำเลยตามหมายจับของศาลได้ถึง22,172 หมาย เฉพาะเมื่อปี 2568 ปีเดียว เจ้าพนักงานตํารวจศาลสามารถดำเนินการตามหมายจับดังกล่าวได้ถึง5,133 หมาย ถือเป็นผลงานที่ดี ทําให้กระบวนการยุติธรรมสามารถจะเดินไปด้วยฝีมือของเจ้าพนักงานตํารวจศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...