โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เทรนด์แฟรนไชส์มาแรงในสหรัฐอเมริกา ปี 2026

ThaiFranchiseCenter

เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 23.16 น.

อุตสาหกรรมแฟรนไชส์ในสหรัฐอเมริกายังคงขยายตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทายจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูง รายงานของ International Franchise Association (IFA) ซึ่งจัดทำร่วมกับ FRANdata ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าธุรกิจแฟรนไชส์อเมริกา ยังคงเติบโตในอัตราที่เหนือกว่าตลาดรวมมาอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2024 อุตสาหกรรมแฟรนไชส์ในอเมริกาขยายตัว 2.2% และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นราว 2.4% ในปี 2025 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคและผู้ประกอบการยังคงเชื่อมั่นในระบบแฟรนไชส์ ซึ่งมีจุดแข็งเรื่องมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และรูปแบบธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถแข่งขันได้ในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน

อีกหนึ่งสัญญาณบวกคือจำนวนสาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าสิ้นปี 2025 จะมีธุรกิจแฟรนไชส์เปิดใหม่มากกว่า 20,000 สาขา ส่งผลให้ยอดรวมแตะประมาณ 851,000 สาขา นับว่าเป็นตัวเลขสูงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

ด้านการจ้างงาน แฟรนไชส์ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดแรงงานของประเทศ โดยสิ้นปี 2025 คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 210,000 ตำแหน่ง ทำให้จำนวนแรงงานรวมในภาคธุรกิจแฟรนไชส์สูงเกือบ 9 ล้านคน การเติบโตอุตสาหกรรมแฟรนไชส์ในอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม และมีบทบาทในเสริมสร้างเศรษฐกิจในวงกว้าง

สำหรับปี 2026 เว็บไซต์ Entrepreneur รายงานว่ามี 10 หมวดธุรกิจแฟรนไชส์ในอเมริกาที่เติบโตโดดเด่นที่สุด ได้แก่

1.อาหารเอเชีย (Asian Food)

ความนิยมในอาหารเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วสหรัฐฯ โดยเฉพาะอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ เช่น ซูชิ ราเมง เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม จีน และอาหารเอเชียร่วมสมัย ผู้บริโภคมีแนวโน้มเปิดรับอาหารนานาชาติมากขึ้นตามกระแสโลกาภิวัตน์ และมองว่าอาหารเอเชียมีความหลากหลาย รสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารเอเชียจำนวนมากมีโมเดลแฟรนไชส์ ครัวขนาดเล็ก ร้าน take-out และระบบบริการรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนและความเสี่ยงต่ำกว่าร้านอาหารเต็มรูปแบบ

2.เครื่องดื่ม (Beverages)

ตลาดเครื่องดื่มในสหรัฐฯ เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเครื่องดื่มในกลุ่มชา กาแฟ เครื่องดื่มสุขภาพ และชานมสไตล์เอเชีย จุดแข็งของหมวดนี้ คือ ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการซื้อแบบซื้อต่อเนื่องเป็นประจำ ขณะที่การลงทุนเปิดร้านแฟรนไชส์ที่ใช้พื้นที่ไม่มาก ทำให้ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ และยังสามารถให้บริการสั่งออนไลน์หรือ Drive-Thru ได้ดี ยิ่งกระแสรักสุขภาพในสหรัฐฯ จึงมีส่วนช่วยผลักดันเครื่องดื่มประเภท plant-based, low sugar และ functional drinks ให้เติบโตมากขึ้น

3.ธุรกิจบริการ (Business Services)

ผู้ประกอบการและบริษัทขนาดเล็กจำนวนมากต้องการใช้บริการ Outsource เช่น การตลาดดิจิทัล บัญชี บริหารสำนักงาน ไอที และบริการที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ยิ่งธุรกิจรายย่อยและธุรกิจออนไลน์มีการเติบโต จึงทำให้มีความต้องการใช้บริการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แฟรนไชส์ในหมวดนี้มักใช้เงินลงทุนไม่สูง และมีรายได้สม่ำเสมอจากลูกค้าประจำ

4.การศึกษาและกิจกรรมพัฒนาเด็ก (Children’s Education & Enrichment)

ภาพจาก https://citly.me/Ri6ZS

แม้ในประเทศไทยธุรกิจด้านการศึกษาอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะเด็กเกิดน้อยลง แต่ในสหรัฐอเมริกาพ่อแม่ชาวอเมริกันเพิ่มการลงทุนด้านการศึกษาและเสริมทักษะให้กับเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับทักษะด้าน STEM ภาษา ศิลปะ และกิจกรรมเสริมสร้างความมั่นใจ ธุรกิจการศึกษาสำหรับเด็กจึงได้รับความนิยมเพราะสอดคล้องกับความคาดหวังของครอบครัวรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ปกครองมักไม่ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

5.สุขภาพและความเป็นอยู่ (Health & Wellness)

ภาพจาก https://citly.me/FY3Pg

แนวโน้มดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตยังคงเป็นกระแสใหญ่ในสหรัฐฯ ผู้บริโภคมองหาบริการด้านฟิตเนสแบบเฉพาะทาง คลินิกสุขภาพป้องกัน สปาเพื่อสุขภาพ คลินิกดูแลน้ำหนัก และบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตและการผ่อนคลาย แฟรนไชส์ในหมวดนี้เติบโตเพราะตอบโจทย์ความต้องการในระยะยาวของประชากรทั้งวัยทำงานและผู้สูงอายุ

6.บริการกำจัดขยะและเช่าถังขยะ (Junk Removal & Dumpster Rentals)

ภาพจาก www.bintheredumpthat.com

แฟรนไชส์ในหมวดนี้เติบโตเร็วเพราะความต้องการใช้บริการกำจัดขยะและของใช้เก่าจากเจ้าของบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจัยสำคัญคือการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การรีโนเวทบ้าน และความนิยมในงานซ่อมแซมภายในบ้าน นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการพื้นที่จัดเก็บและที่อยู่อาศัยที่เป็นระเบียบ สะอาด จึงทำให้บริการนี้ได้รับความต้องการต่อเนื่อง

7.การดูแลส่วนบุคคล (Personal Care)

ธุรกิจแฟรนไชส์ด้านเสริมสวย สปา เล็บ สกินแคร์ และซาลอนในรูปแบบใหม่ในสหรัฐอเมริกามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ self-care และภาพลักษณ์ส่วนตัว ขณะเดียวกัน ธุรกิจบางรูปแบบ เช่น Salon Suites ยังช่วยจ้างงานให้ช่างเสริมสวยอิสระ ซึ่งตอบโจทย์ตลาดแรงงานแบบ Freelance ที่กำลังเติบโต การเติบโตของแฟรนไชส์หมวดนี้จึงมาจากทั้งฝั่งผู้บริโภคที่ต้องการดูแลตัวเอง และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ

8.สัตว์เลี้ยง (Pets)

ภาพจาก www.facebook.com/CentralBarkUSA

ผู้บริโภคสหรัฐฯ มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสัตว์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการอาบน้ำ ตัดขน ฝากลี้ยง โรงแรมสัตว์เลี้ยง การฝึกสัตว์ รวมถึงบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยง การเติบโตของแฟรนไชส์หมวดนี้มั่นคง ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ และมีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้นทุกปี ทำให้เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด

9.กิจกรรมสันทนาการ (Recreation)

ความต้องการหากิจกรรมผ่อนคลาย นันทนาการ และการออกกำลังกายเพิ่มสูงขึ้น หลังจากช่วงเวลาที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บ้านเป็นเวลานาน ธุรกิจแนว Recreation เช่น ฟิตเนสเฉพาะทาง สตูดิโอฟิตเนส สนามกีฬาในร่ม กิจกรรมสำหรับครอบครัว และศูนย์ความบันเทิง จึงเติบโตดี จุดเด่นคือเป็นธุรกิจที่สร้างประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้มีฐานลูกค้าประจำสูง

10.การฟื้นฟูซ่อมแซม (Restoration)

ภาพจาก www.facebook.com/SERVPRO

ธุรกิจบริการฟื้นฟูและซ่อมแซม เช่น ซ่อมแซมบ้านหลังเกิดน้ำท่วม ไฟไหม้ เชื้อรา หรือความเสียหายต่างๆ ได้รับความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบ้านและอาคารต้องการบริการบำรุงรักษาสม่ำเสมอ รวมทั้งเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ยังผลักดันให้แฟรนไชส์บริการซ่อมแซมเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความต้องการสูงและเติบโตอย่างสม่ำเสมอในอเมริกา

ทั้ง 10 หมวดธุรกิจแฟรนไชส์ในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเติบโตและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2026 เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมาตรฐานที่เชื่อถือได้ พร้อมทั้งธุรกิจแฟรนไชส์เหล่านี้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การดูแลสัตว์เลี้ยง การใช้ชีวิตในบ้าน และครอบครัว

หมวดธุรกิจแฟรนไชส์เหล่านี้ยังมีลักษณะมีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้ความต้องการไม่ผันผวนแม้เศรษฐกิจไม่แน่นอน ขณะเดียวกันระบบแฟรนไชส์ช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และยังสามารถนำเทคโนโลยี เช่น ระบบจองคิว แอปสั่งงาน หรือระบบบริหารจัดการร้าน มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ทั้ง 10 ประเภทแฟรนไชส์จึงถูกมองว่าเป็นหมวดธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแรง มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และเป็นตัวเลือกที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษในปี 2026

------------------------------------------
รวมแฟรนไชส์ไทย > 660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...