โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งานวิจัยเมืองนอกเผย ดื่ม "น้ำอัดลม" 1 แก้ว อายุสั้นลงกี่นาที? หลายคนอาจคาดไม่ถึง

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
งานวิจัยเฉลยดื่มน้ำอัดลม 1 แก้ว อายุสั้นลงกี่นาที? แล้วอาหารชนิดไหน

งานวิจัยเฉลยดื่มน้ำอัดลม 1 แก้ว อายุสั้นลงกี่นาที? แล้วอาหารชนิดไหน "กินแล้วอายุยืน"

เคยสงสัยไหมว่าของที่เรากินเข้าไปทุกวันส่งผลต่ออายุขัยของเราแค่ไหน? งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิเคราะห์อาหารกว่า 5,800 ชนิด เพื่อคำนวณดูว่า "การกิน 1 ครั้ง" จะทำให้เรามีเวลาชีวิตที่มีคุณภาพ (Healthy Life) เพิ่มขึ้นหรือลดลงกี่นาที และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าตกใจไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ติดน้ำหวาน

ข่าวร้าย: น้ำอัดลมและฮอทดอกคือ "ตัวดูดเวลาชีวิต"

ผลการศึกษาในปี 2021 ระบุชัดเจนว่า การดื่ม น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน 1 แก้ว จะพรากเวลาชีวิตของคุณไปถึง 12 นาที สาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำตาลมหาศาลที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และมะเร็ง แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ฮอทดอก เพียง 1 ชิ้น สามารถทำให้อายุขัยสั้นลงได้ถึง 36 นาที เนื่องจากการแปรรูปและสารปรุงแต่งต่างๆ

iStockphoto

ข่าวดี: กินให้ถูก ก็เหมือนได้ "ต่ออายุ"

ในทางกลับกัน อาหารบางชนิดเปรียบเสมือนยาอายุวัฒนะที่ช่วยเพิ่มเวลาชีวิตให้คุณได้ เช่น:

  • ถั่วและธัญพืช (30 กรัม): เพิ่มเวลาชีวิต 25 นาที
  • แซลมอนอบ: เพิ่มเวลาชีวิต 16 นาที
  • กล้วย 1 ลูก: เพิ่มเวลาชีวิต 13.5 นาที

แค่ปรับนิดเดียว ชีวิตก็เปลี่ยน

นักวิจัยแนะนำว่า เราไม่จำเป็นต้องงดของโปรดทุกอย่างแบบหักดิบ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย เช่น ลดการกินเนื้อแดงหรือเนื้อแปรรูป (เช่น ไส้กรอก เบคอน) ลงแค่ 10% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน แล้วแทนที่ด้วยผัก ผลไม้ หรือถั่ว เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มเวลาชีวิตที่มีคุณภาพได้ถึง 48 นาทีต่อวัน การเลือกกินสิ่งดีๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีชีวิตยืนยาว แต่คือการมีสุขภาพที่ดีและห่างไกลโรคร้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...