โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย ปี 69 ลุ้นอัพไซด์ 10 % กลยุทธ์ลงทุน “กำไรชัด-ปันผลสูง”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ม.ค. เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 04.00 น.

บล.บัวหลวง แนะหุ้น “กำไรชัด-ปันผลสูง” ให้เป้า หุ้นไทย สิ้นปี 2569 ที่ระดับ 1,440 จุด อิงกำไรต่อหุ้นที่ 90 (+9.8%) CGSI คาดหุ้นไทยฟื้นครึ่งปีหลัง 69 ให้เป้าสิ้นปี 1,400 จุด คาดให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา 10 % ครึ่งปีแรกการเมืองทำ SET ผันผวน กลยุทธ์ลงทุน แนะหุ้น Defensive

ปี 2569 การลงทุนในตลาดหุ้นไทย น่าจะพอมีความหวังอยู่บ้างเมื่อพิเคราะห์จากมุมมองของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดัชนีจะทยอยฟื้นตัวได้ หลังเศรษฐกิจไทยคาดผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 3-4 ปี 2568 กดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอ ผลกระทบมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และยังคงกดดันต่อช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 แต่คาดเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2 ตามเศรษฐกิจโลก และฟื้นชัดขึ้นในครึ่งหลังของปี 2569

แรงหนุนตลาดหุ้นไทยปี 2569

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์บล.บัวหลวง (BLS Wealth Research) กล่าวว่า แรงหนุนตลาดหุ้นไทยปี 2569 มี 5 ปัจจัยดังนี้

  • วัฏจักรสะสมสินค้าคงคลังรอบใหม่ (restocking cycle) คาดหนุนการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมโลกในปี 2569 : การระบายสินค้าคงคลังรอบใหญ่ (major inventory correction) อาจเห็นชัดในช่วง 1-2 ไตรมาสหลังมาตรการภาษีทรัมป์เริ่มใช้ (อ้างอิงจากสงครามการค้ารอบแรก) อาจกดดันการค้าโลกในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 – ไตรมาส 1 ปี 2569 แต่จะตามมาด้วยวัฏจักรสะสมสินค้าคงคลังรอบใหม่ในช่วงไตรมาส 2 หลังตัวเลขสัดส่วนสินค้าคงคลังต่อคำสั่งซื้อใหม่สหรัฐฯ (US PMI Inventory-to-New Orders) อยู่ใกล้เคียงระดับต่ำสุดในรอบหลายปี (ไม่รวมช่วงวิกฤติ)
  • การลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ : ตัวเลขยื่นขอและอนุมัติรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับธุรกิจดิจิทัล เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2567 ถึงในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 ทั้งในแง่จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นถึง 23% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 94% YoY ทั้งนี้ เม็ดเงินลงทุนโดยปกติจะทยอยเข้ามาหลังจากการอนุมัติรับการส่งเสริมการลงทุน BOI เฉลี่ยราว 1 ปี ดังนั้น คาดเม็ดเงินจะเข้ามาหนุนการลงทุนภาคเอกชนชัดเจนต่อเนื่องในปี 2569-2570
  • มาตรการกระตุ้นตลาดทุนโครงการบัญชีออมหุ้นระยะยาว (Thailand Individual Investment Account: TISA) คาดหนุนเม็ดเงินไหลเข้า
  • โยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงจะหนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม : คาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในปี 2569 เหลือ 1.00% จากคาด 1.25% ในปี 2568
  • การทยอยฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะยังเป็นแรงส่งให้กับภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้น : การท่องเที่ยวผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 ปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 ต่อเนื่องไปถึงปี 2569 แม้คาดจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวจาก 35.5 ล้านคนในปี 2567 เหลือ 33.2 ล้านคนในปี 2568 แต่คาดจะฟื้นตัวขึ้นราว 34 ล้านคนในปี 2569

ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม

เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอกว่าคาด กดดันจากภาคแรงงานของสหรัฐฯ และความเสี่ยงภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน

หนี้ครัวเรือนไทย-ระดับหนี้เสียอยู่ในระดับสูง

ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า อาจกดดันการเบิกจ่ายงบลงทุน ซึ่งในอดีตมักลดลงจากระดับปกติราว 30-40% ซ้ำเติมกับงบลงทุนที่มีวงเงินน้อยกว่าปีก่อนอยู่แล้ว โดยงบลงทุนปี 2568-2569 ลดลง 7.3% เมื่อเทียบรายปี

กลยุทธ์เน้นหุ้น “กำไรชัด/ปันผลสูง”

  • โอกาสที่ 1 กลุ่มผู้นำการเติบโตธีมดาต้าเซ็นเตอร์-Digital transformation หุ้นแนะนำ WHAUP, GUNKUL, GULF
    • โอกาสที่ 2 กลุ่มที่กำไรคาดเติบโตต่อเนื่อง/ผ่านจุดต่ำสุด-ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐฯ หุ้นแนะนำ CPN, CPALL, CENTEL, AOT, CBG
    • โอกาสที่ 3 กลุ่มปันผลสูง กระแสเงินสดสม่ำเสมอ ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นตลาดทุน TISA หุ้นแนะนำ KTB, SCB, ADVANC
    • โอกาสที่ 4 กลุ่มเชื่อมโยงการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ทั้งกลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง หุ้นแนะนำ PTTGC, SCC, ITC สำหรับ PTTGC และ SCC แนะนำ"ทยอยสะสม"เมื่อราคาอ่อนตัวในไตรมาส 1/2569 เพื่อรอรับรอบฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี

บล.บัวหลวง ให้เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) สิ้นปี 2569 ที่ระดับ 1,440 จุด อิงกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 ที่ 90 (+9.8%) โดยใช้อัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี เรโช) ที่ 16.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีราว 0.25SD

CGSI คาดหุ้นไทยฟื้นครึ่งปีหลัง 69 ให้เป้าสิ้นปี 1,400 จุด

นายเกษม พันธ์รัตนมาลา ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI คาดดัชนี SET สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 1,400 จุด หรือมีโอกาสปรับขึ้น (อัพไซด์) 10 % เท่ากับ P/E 15 เท่าในปี 2570 หรือ -0.75SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ทั้งนี้ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E 15 เท่าปี 2568 หรือ P/E 13 เท่าหากตัดหุ้นบมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ออก จึงสะท้อนโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค (Underperform) มาตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีแรก 2569 หุ้นไทยจะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยนายกรัฐมนตรีมีแผนยุบสภาเดือนมกราคม 2569 จากนั้นจะมีการเลือกตั้งปลายเดือนมีนาคม และรัฐบาลใหม่น่าจะเริ่มทำงานปลายเดือนพฤษภาคม-ต้นเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองซับซ้อนขึ้น หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้กระทบคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย เท่ากับเปิดความเสี่ยงให้มีการจัดตั้งรัฐบาลผสม มองว่ามีความเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทยจะจับมือพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล

"หุ้นไทยจะฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง 2569 หลังมีรัฐบาลใหม่หนุนความเชื่อมั่นและเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาบริหารกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญๆ ก็จะยิ่งหนุนความเชื่อมั่นมากขึ้น นอกจากนี้ หุ้นไทยยังมีปัจจัยหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย หลังตั้งแต่ปี 2566 มีเงินทุนไหลออกสูงถึง 4.53 แสนล้านบาท"

ครึ่งปีแรก แนะหุ้น Defensive

กลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 ช่วงครึ่งปีแรก CGSI แนะเลือกลงทุนหุ้น Defensive เนื่องจากเป็นหุ้นที่ปลอดภัย และช่วงครึ่งปีหลังให้เพิ่มการลงทุนหุ้นวัฏจักรที่อิงกับกระแสการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยหุ้น Top Picks ประกอบด้วย ADVANC, BCPG, BDMS, CPN, MOSHI, MTC, PR9, SCB และ TRUE

นายเกษม มองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะเติบโตเพียง 1.9% จากที่คาด 2.0% ในปี 2568 เนื่องจากการลงทุนขนาดใหญ่ถูกชะลอจนกว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง เชื่อว่าหากรัฐบาลชุดปัจจุบันได้เป็นรัฐบาลอีก โครงการคนละครึ่งก็จะเดินหน้าต่อ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ระดับต่ำ ทำให้คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยคาดอัตราดอกเบี้ยสุดท้าย (terminal rate) จะอยู่ที่ 0.75% ในปี 2569

เจาะลึกหุ้นรายกลุ่ม

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโต 14% ในปี 2569 จากฐานที่ต่ำในปีนี้ มองว่าตลาดคอนโดมิเนียมผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2/2568 ช่วงครึ่งปีหลัง 2568 เห็นความต้องการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น และจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2569 ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบปี 2569 จะลดลง

ส่วน กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม มีแรงขับเคลื่อนจากการกระจายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ China Plus One (China+1) ซึ่งประเทศในอาเซียนเป็นจุดหมายที่นักลงทุนจีนและบริษัทข้ามชาติเลือกตั้งโรงงาน คาดว่ากลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจะมีกำไรปกติเติบโต 3.1% ในปี 2569

กลุ่มค้าปลีก แนวโน้มปี 2569 ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน การจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นช่วงปลายปีนี้มาจากโครงการคนละครึ่งและเที่ยวดีมีคืนกระตุ้นระยะสั้น ไม่สามารถสร้างโมเมนตัมต่อไปปีหน้าได้ ขณะที่หนี้ครัวเรือนสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำ ยังกดดันต่ออุปสงค์ระยะกลางถึงระยะยาว โดยคาดกำไรผู้ค้าปลีกจะโต 7.9% ในปี 2569 แม้ดีขึ้นจากปีนี้ แต่ไม่มากพอที่จะหนุนกลุ่มค้าปลีกขึ้นมาซื้อขาย P/E ที่สูงขึ้นได้ แนะนำเลือกลงทุนเฉพาะบริษัทที่เห็นแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในปี 2569-2570 สินเชื่อน่าจะขยายตัวเพียง 1.1-2.0% จากมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และ GDP ที่เติบโตชะลอตัว ส่วนอัตราการเติบโตของกำไรก่อนตั้งสำรองคาดไว้ที่ -3.0% ในปี 2569 และ +1.6% ในปี 2570 ส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) โดยรวมคาดจะอยู่ที่ 8.9-9.3% ในปี 2569-2570 แนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร เพราะกลุ่มนี้ขาดปัจจัยบวกระยะสั้น แต่ยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง โดยกลุ่มธนาคารซื้อขายที่มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ( P/BV) 0.68 เท่าในปี 2569 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตห้าปีที่ 0.64 เท่าเล็กน้อย

กลุ่มโทรคมนาคม เชื่อว่าปริมาณการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจะเปิดโอกาสให้บริษัทโทรคมนาคมไทยใช้กลยุทธ์ upsell ซึ่งจะทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น

แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโทรคมนาคม เนื่องจาก ARPU จะเข้าสู่วงจรการเติบโตด้วยแรงขับเคลื่อนจากปริมาณการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งาน AI smartphone และ AI app และการประเมินมูลค่ากลุ่มโทรคมนาคมที่ EV/EBITDA 8 เท่าในปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ยังไม่สะท้อนการเติบโตของ ARPU

กลุ่มพลังงาน แม้กลุ่ม OPEC+ เดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตสำรอง แต่คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันต่อ เพราะประเทศกลุ่ม non-OPEC ยังคงเพิ่มปริมาณการผลิต ส่งผลให้ตลาดมีอุปทานน้ำมันส่วนเกินกดดันราคา สำหรับก๊าซธรรมชาติและ LNG คาดว่าปี 2569 ความต้องการ LNG ทั่วโลกจะเติบโตราว 2% yoy หนุนด้วยการฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีน และความต้องการก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ

ธุรกิจโรงกลั่น ในปี 2569 ค่าการกลั่นตลาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ช่วงต้นปี 2569 ส่วนต่างราคาดีเซลอาจทรงตัวระดับสูงจากภาวะอุปทานที่ยังตึงตัว ตามการลดลงของการส่งออกจากรัสเซีย และการปิดโรงกลั่นในหลายภูมิภาคทั่วโลก

กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี คาดว่ากำลังการผลิตรอบใหม่จะเริ่มทะลักเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2568 เป็นต้นไป โดยกำลังการผลิตเอทิลีนทั่วโลกมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจนถึงปี 2571 ขณะที่การฟื้นตัวของสเปรดอาจต้องรออีก 1-2 ปีหลังจากนั้น ดังนั้นประเมินว่าจำเป็นต้องมีการประกาศปิดกำลังการผลิตรวมราว 11 ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2569-2571 ในการทำให้ตลาดเอทิลีนโลกกลับเข้าสู่จุดสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร (สุกร, เนื้อไก่) ในปี 2569 คาดภาพรวมรายได้มีแนวโน้มชะลอตัว ราคาสุกรมีทิศทางอ่อนตัว ขณะที่เนื้อไก่จะได้รับแรงหนุนจากการบริโภค เพราะเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าในภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มลดลง yoy สะท้อนผลกระทบจากราคาสุกรที่อ่อนตัวและยอดขายสาขาเดิมที่ชะลอ

ในปี 2569 มองว่าความต้องการในประเทศจะอ่อนแอและความอ่อนไหวต่อราคาจะกดดันการบริโภคโปรตีน ซึ่งผู้ผลิตที่มีโมเดลค้าปลีกหรือเน้นส่งออกจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่บางรายเผชิญความเสี่ยงจากมาร์จิ้นที่ลดลง

กลุ่มเทคโนโลยี การเร่งลงทุนในระบบพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น compute, memory, networking, power และ cooling เพื่อรองรับความต้องการของ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ยังคงเป็นแกนหลักของธีมเทคโลกในปี 2569 กลยุทธ์การลงทุน เน้นลงทุนบริษัทที่มีศักยภาพการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และลดน้ำหนักหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นเกินพื้นฐาน รวมถึงหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีอัตรากำไรต่ำ อยู่ในอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง

ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ดั้งเดิม คาดว่าปี 2569 จะเป็นลักษณะการฟื้นตัวแบบ L-shap

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...