โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครั้งแรกของวงการดาราศาสตร์! วัดมวลและระยะห่าง “ดาวเคราะห์พเนจร” ขนาดมหึมาได้สำเร็จ

SPACEMAN

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. เวลา 01.54 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักดาราศาสตร์ประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการระบุตัวตนของ "ดาวเคราะห์พเนจร" (Rogue Planet) หรือดาวเคราะห์ไร้ระบบ ซึ่งล่องลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในอวกาศโดยไม่อิงแอบกับดาวฤกษ์ดวงใด โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สามารถคำนวณได้ทั้ง "มวล" และ "ระยะห่าง" จากโลกอย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยเปิดเผยความลับว่าดาวเคราะห์เหล่านี้ถูกถีบออกจากบ้านเกิดในอวกาศได้อย่างไร

โดยปกติแล้วดาวเคราะห์ที่เราคุ้นเคยจะโคจรรอบดาวฤกษ์ในเส้นทางที่คาดเดาได้ แต่ดาวเคราะห์พเนจรเหล่านี้เปรียบเสมือนนักเดินทางผู้โดดเดี่ยวที่ถูกเหวี่ยงหลุดออกจากวงโคจรเดิม จนต้องล่องลอยไปในความมืดมิดของอวกาศโดยไม่มีพันธะแรงโน้มถ่วงกับดาวฤกษ์ดวงใดเลย ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือนักดาราศาสตร์มักมองไม่เห็นพวกมัน เพราะพวกมันไม่มีแสงสว่างในตัวเองเหมือนดาวฤกษ์ และไม่มีดาวแม่ให้เราสังเกตความผิดปกติได้

วิธีการเดียวที่จะตรวจพบวัตถุลึกลับเหล่านี้คือ "ปรากฏการณ์เลนส์ไมโครของแรงโน้มถ่วง" (Gravitational Microlensing) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อดาวเคราะห์พเนจรเคลื่อนที่ผ่านหน้าดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลออกไป แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์จะหักเหแสงจากดาวฤกษ์ดวงหลังให้ขยายใหญ่ขึ้นชั่วขณะ เหมือนมีเลนส์แว่นขยายมาวางกั้นไว้ แต่ปัญหาคือที่ผ่านมาเราไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าแสงที่สว่างขึ้นนั้นมาจากวัตถุที่มีมวลมหาศาลแต่อยู่ไกล หรือวัตถุขนาดเล็กแต่อยู่ใกล้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกปัญหานี้ว่า "ความคลุมเครือระหว่างมวลและระยะทาง"

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความบังเอิญทางเรขาคณิตที่หาได้ยากยิ่ง เมื่อเหตุการณ์เลนส์ไมโครของดาวเคราะห์พเนจรที่มีชื่อรหัสว่า KMT-2024-BLG-0792 หรือ OGLE-2024-BLG-0516 ถูกตรวจพบโดยกล้องโทรทรรศน์บนโลกหลายแห่งพร้อมกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศไกอา (Gaia) ขององค์การอวกาศยุโรป ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ทำมุมเกือบตั้งฉากพอดี ทำให้สามารถสังเกตการณ์เหตุการณ์นี้ได้ถึง 6 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 16 ชั่วโมง

จากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างกล้องบนโลกและในอวกาศ นักดาราศาสตร์พบว่าดาวเคราะห์พเนจรดวงนี้มีมวลประมาณ 22% ของดาวพฤหัสบดี หรือมีขนาดใกล้เคียงกับ "ดาวเสาร์" และอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 3,000 พาร์เซก หรือเกือบ 10,000 ปีแสง โดยมันได้เคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ยักษ์แดงดวงหนึ่งไปในช่วงที่เกิดการวัดค่า

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญต่อทฤษฎีการกำเนิดดาวเคราะห์อย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์พเนจรส่วนใหญ่มักมีขนาดเล็ก แต่การพบดาวเคราะห์ขนาดใหญ่เท่าดาวเสาร์ที่ล่องลอยอยู่อย่างอิสระ ยืนยันว่ากระบวนการทางพลวัตที่รุนแรงภายในระบบสุริยะเกิดใหม่ สามารถเหวี่ยงแม้กระทั่งดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ให้หลุดออกมาเป็นดาวพเนจรได้ ไม่ใช่เพียงแค่ดาวเคราะห์หินขนาดเล็กเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง: Phys.org

  • Astronomers measure both mass and distance of a rogue planet for the first time
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...