โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“ฝรั่งเศส” แบน “สารเคมีตลอดกาล” อันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ฝรั่งเศส” บังคับใช้กฎหมายแบน “สารเคมีตลอดกาล” ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และเสื้อผ้า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นสารเคมีที่แทบจะไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้เลย แต่กฎหมายนี้ยังมีข้อยกเว้นการใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องครัว ซึ่งอาจต้องรอให้เกิดการบังคับใช้ในสหภาพยุโรปอย่างจริงจังเพื่อให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น

กฎหมายฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาฝรั่งเศสในการควบคุม “สารเคมีตลอดกาล” หรือ PFAS และเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อปกป้องด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข เนื่องจากสารเคมีตลอดกาลมีความเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และบบนิเวศ โดยกฎหมายฉบับนี้จะเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้มข้นที่สุดของยุโรปในการควบคุมการใช้สารเคมีตลอดกาลเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ

“สารเคมีตลอดกาล” คืออะไร?

สารเคมีตลอดกาล หรือ PFAS เป็นกลุ่มสารเคมีสังเคราะห์มากกว่าหมื่นชนิด ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1940 เนื่องจากคุณสมบัติที่ทนความร้อน สามารถกันน้ำ กันคราบ และไม่เกาะติดพื้นผิว ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และถูกใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย แต่ขณะเดียวกันสารเคมีตลอดกาลกลับไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือต้องใช้ระยะเวลานานนับร้อยปีไปจนถึงหมื่นปี เมื่อปนเปื้อนลงในธรรมชาติจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและสะสมตัวและยังสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้อีกด้วย

“สารเคมีตลอดกาล” อันตรายต่อสุขภาพ

เมื่อ “สารเคมีตลอดกาล” แทบจะไม่สามารถย่อยสลายได้ จึงเกิดการสะสมตัวและปนเปื้อนในธรรมชาติ ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมตั้งแต่จุดที่สูงที่สุดของโลกไปจนถึงจุดที่ลึกที่สุดในโลก รวมถึงสามารถปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางการสูดดม การกิน หรือแม้กระทั่งการซึมผ่านผิวหนังและเข้าสู่กระแสเลือด งานวิจัยจำนวนมากพบความเชื่อมโยงของ “สารเคมีตลอดกาล” กับ “สุขภาพ” ของมนุษย์ เมื่อได้รับสารเคมีตลอดกาลในระยะยาวจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหลายชนิด ภาวะมีบุตรยาก รบกวนระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีผลต่อพัฒนาการของเด็กทารกอีกด้วย

“ฝรั่งเศส” แบนสารเคมีตลอดกาลปกป้องสิ่งแวดล้อมและมนุษย์

กฎหมายของฝรั่งเศสสั่งห้ามจำหน่าย ผลิต หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีตลอดกาล (PFAS) กรณีที่มีทางเลือกอื่นทดแทน โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เสื้อผ้า และแว็กซ์สำหรับสกี นอกจากนี้กฎหมายใหม่ยังกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบน้ำดื่มเพื่อหาสาร PFAS ทุกชนิดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดำเนินการปรับผู้ก่อมลพิษที่ปล่อยสารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

กฎหมายใหม่จริงจังแต่ยังมีข้อยกเว้น

ถึงแม้ว่า “ฝรั่งเศส” จะเดินหน้าผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมการใช้ “สารเคมีตลอดกาล” แต่ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากข้อยกเว้นเครื่องครัวบางชนิดเช่น กระทะ และหม้อเคลือบสารกันติด ก่อนหน้านี้ในร่างกฎหมายฉบับแรกมีข้อเสนอแบนเครื่องครัวทั้งกระทะและหม้อเคลือบอยู่ด้วย แต่ถูกถอดออกในภายหลัง โดยมีรายงานว่าเป็นปัญหาของการล็อบบี้จากบริษัทผู้ผลิต ซึ่งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบุว่า กฎหมายใหม่นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการลดความเสี่ยงจากสารเคมีซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่ยังมีการใช้สารเคมีตลอดกาลเป็นส่วนประกอบ

หลายประเทศเดินหน้าแบน “สารเคมีตลอดกาล”

ที่ผ่านมาหลายประเทศแบนสารเคมีตลอดกาลแล้วหลายพันชนิดนับตั้งแต่ปี 2019 ภายใต้อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารพิษที่คงอยู่ยาวนาน บางรัฐของสหรัฐอเมริกาบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้สาร PFAS ในเครื่องสำอางนับตั้งแต่ปี 2025 และมีอีกหลายรัฐที่มีกำหนดดำเนินการภายในปี 2026 ส่วนเดนมาร์กห้ามใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารตั้งแต่ปี 2020 และเตรียมประกาศแบนการใช้สาร PFAS ในเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าบางประเทศที่มีสารเคลือบกันน้ำในวันที่ 1 ก.ค.2026 ขณะที่สหภาพยุโรปอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการออกกฎหมายห้ามใช้สารเคมีตลอดกาลในสินค้า แต่ยังไม่มีการเสนอหรือบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...