MIND: ถ้ามีแฟนแล้วไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม ขออยู่คนเดียวแบบมีความสุขดีกว่า
เมื่อถึงวัยหนึ่ง ‘การอยู่เป็นโสด’ มักถูกตั้งคำถามมากมายจากคนรอบข้าง
ทำไมถึงยังไม่มีใคร?
อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอ?
ไม่อยากแต่งงานเหรอ?
ผู้ถามอาจถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยหรือสงสัยก็แล้วแต่ แต่อีกนัยหนึ่งคำถามเหล่านี้อาจแฝงไปด้วยอคติที่มีต่อ ‘ความโสด’ ของคนที่มีคู่แล้ว ที่คิดแทนคนโสดว่า ‘การอยู่คนเดียวต้องไม่มีความสุขแน่เลย’
อันที่จริงแล้วอาจตรงข้ามกัน คนที่อยู่เป็นโสดอาจมีความสุขมากกว่าคนที่มีคู่หรือคนที่แต่งงานแล้วก็เป็นได้ เพราะพวกเขามีเวลาและมีความอิสระในตัวเองมากกว่าคนที่มีคู่ เพราะไม่ต้องคำนึงถึงใครอีกคน
ตามข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2017 พบว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 110 ล้านคน เลือกที่จะอยู่เป็นโสด และในปี 2019 ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 25-54 ปี ไม่มีคู่ (ไม่ได้แต่งงานหรืออาศัยอยู่กับคู่ครอง) เพิ่มขึ้นจาก 29 เปอร์เซ็นต์ ในปี 1990
ข้อมูลชุดนี้จึงแสดงให้เห็นว่า ผู้คนกำลังเลือกใช้ชีวิตโสดมากขึ้น เหตุผลคือ บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมและสังคมได้เปลี่ยนไป แรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการแต่งงานลดลง และค่านิยมในปัจเจกนิยมที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีโอกาสทางการศึกษา อาชีพ และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่ชีวิตผู้หญิงต้องผูกโยงกับค่านิยมและบรรทัดฐานทางสังคมว่า การแต่งงานคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิต เกิดเป็นผู้หญิงต้องเป็นแม่ศรีเรือน แต่เมื่อถึงยุคที่ผู้หญิงมีสิทธิในชีวิตตัวเองมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องมีคู่ เพื่อที่จะตอบสนองความคาดหวังของสังคมเช่นในอดีตอีกต่อไป
เอลยาคิม คิสเลฟ (Elyakim Kislev) รองศาสตราจารย์จาก School of Public Policy and Governance แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรู (Hebrew University) และผู้เขียนหนังสือ ‘Happy Singlehood and Relationships 5.0’ กล่าวว่า “คนโสดนั้นเข้าสังคมได้ดีกว่าคนที่แต่งงานแล้ว และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา”
อีกทั้งยังรักษามิตรภาพได้ดีกว่าคนมีคู่หรือแต่งงานแล้ว เพราะคนมีคู่จำเป็นต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับคู่ของตน จึงอาจทำให้ต้องละทิ้งมิตรภาพไว้เบื้องหลัง
นอกจากนี้ ด้วยการที่มีอิสระโดยไม่ต้องคำนึงถึงใครอีกคน ทำให้คนโสดมีเวลาในการดูแลตนเองและหาความสุขให้กับตัวเองได้อย่างไม่จำกัดนั่นเอง
การเติมเต็มตัวเองให้มีความสุขได้ จึงเป็นกำแพงให้กับคนที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของคนโสด เพราะหากไม่สามารถดันบาร์แห่งความสุขของคนโสดให้สูงขึ้นกว่าเดิมได้ ในทางที่เลวร้ายยิ่งกว่า หากเข้าไปเป็น Toxic Relatioship ในชีวิตของพวกเขา ก็ยิ่งตอกย้ำว่า การอยู่เป็นโสดอย่างมีความสุข ก็เป็นหนทางที่ดีกว่า