โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MIND: ถ้ามีแฟนแล้วไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม ขออยู่คนเดียวแบบมีความสุขดีกว่า

BrandThink

เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 06.13 น.

เมื่อถึงวัยหนึ่ง ‘การอยู่เป็นโสด’ มักถูกตั้งคำถามมากมายจากคนรอบข้าง

ทำไมถึงยังไม่มีใคร?
อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอ?
ไม่อยากแต่งงานเหรอ?

ผู้ถามอาจถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยหรือสงสัยก็แล้วแต่ แต่อีกนัยหนึ่งคำถามเหล่านี้อาจแฝงไปด้วยอคติที่มีต่อ ‘ความโสด’ ของคนที่มีคู่แล้ว ที่คิดแทนคนโสดว่า ‘การอยู่คนเดียวต้องไม่มีความสุขแน่เลย’

อันที่จริงแล้วอาจตรงข้ามกัน คนที่อยู่เป็นโสดอาจมีความสุขมากกว่าคนที่มีคู่หรือคนที่แต่งงานแล้วก็เป็นได้ เพราะพวกเขามีเวลาและมีความอิสระในตัวเองมากกว่าคนที่มีคู่ เพราะไม่ต้องคำนึงถึงใครอีกคน

ตามข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2017 พบว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 110 ล้านคน เลือกที่จะอยู่เป็นโสด และในปี 2019 ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 25-54 ปี ไม่มีคู่ (ไม่ได้แต่งงานหรืออาศัยอยู่กับคู่ครอง) เพิ่มขึ้นจาก 29 เปอร์เซ็นต์ ในปี 1990

ข้อมูลชุดนี้จึงแสดงให้เห็นว่า ผู้คนกำลังเลือกใช้ชีวิตโสดมากขึ้น เหตุผลคือ บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมและสังคมได้เปลี่ยนไป แรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการแต่งงานลดลง และค่านิยมในปัจเจกนิยมที่เพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีโอกาสทางการศึกษา อาชีพ และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น จากเดิมที่ชีวิตผู้หญิงต้องผูกโยงกับค่านิยมและบรรทัดฐานทางสังคมว่า การแต่งงานคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิต เกิดเป็นผู้หญิงต้องเป็นแม่ศรีเรือน แต่เมื่อถึงยุคที่ผู้หญิงมีสิทธิในชีวิตตัวเองมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องมีคู่ เพื่อที่จะตอบสนองความคาดหวังของสังคมเช่นในอดีตอีกต่อไป

เอลยาคิม คิสเลฟ (Elyakim Kislev) รองศาสตราจารย์จาก School of Public Policy and Governance แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรู (Hebrew University) และผู้เขียนหนังสือ ‘Happy Singlehood and Relationships 5.0’ กล่าวว่า “คนโสดนั้นเข้าสังคมได้ดีกว่าคนที่แต่งงานแล้ว และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา”

อีกทั้งยังรักษามิตรภาพได้ดีกว่าคนมีคู่หรือแต่งงานแล้ว เพราะคนมีคู่จำเป็นต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับคู่ของตน จึงอาจทำให้ต้องละทิ้งมิตรภาพไว้เบื้องหลัง

นอกจากนี้ ด้วยการที่มีอิสระโดยไม่ต้องคำนึงถึงใครอีกคน ทำให้คนโสดมีเวลาในการดูแลตนเองและหาความสุขให้กับตัวเองได้อย่างไม่จำกัดนั่นเอง

การเติมเต็มตัวเองให้มีความสุขได้ จึงเป็นกำแพงให้กับคนที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของคนโสด เพราะหากไม่สามารถดันบาร์แห่งความสุขของคนโสดให้สูงขึ้นกว่าเดิมได้ ในทางที่เลวร้ายยิ่งกว่า หากเข้าไปเป็น Toxic Relatioship ในชีวิตของพวกเขา ก็ยิ่งตอกย้ำว่า การอยู่เป็นโสดอย่างมีความสุข ก็เป็นหนทางที่ดีกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...