โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กนอ.ชูโมเดล RAPID ผุดนิคม SMEs ไร่ละ 4 ล้านรอรัฐบาลใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 02.36 น.
สุเมธ ตั้งประเสริฐ

สัมภาษณ์

หน้าที่ของ “การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” การเป็นผู้สร้าง ผู้พัฒนา และซัพพอร์ตด้าน Infrastructure บทบาทตรงนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไป แต่การจะเป็นผู้เล่นในเวทีระดับโลก ยุทธศาสตร์จากนี้ต้องใช้เรื่องของ Green & Digital Innovation เข้ามาเป็นกลยุทธ์เชิงรุก

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ถึงการดำเนินงานในปี 2569 ที่จะถึงนี้ว่า จะเห็นอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ชูโมเดล RAPID

เมื่อโลกเปลี่ยน เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยน แม้ว่าตอนนี้ประเทศไทยจะยังเป็นที่น่าสนใจกับนักลงทุน แต่เราไม่สามารถทำแบบเดิมได้แล้ว เราพูดมาตลอดว่า บทบาทของ กนอ. จะอยู่แค่การเป็นผู้หาพื้นที่ สร้างนิคมอุตสาหกรรมอย่างเดียวไม่ได้ ตัวเราเองก็ต้องพัฒนายกระดับตัวเองไปพร้อมกับสิ่งที่โลกเปลี่ยน เรามียุทธศาสตร์ “RAPID” เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวที่วางกรอบการดำเนินงานภายใต้โมเดล RAPID เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย

เราจะมี 5 กลยุทธ์หลัก คือ R-Regulatory Flexibility การปรับปรุงกฎระเบียบ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการลดขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติอนุญาต โดยนำเทคโนโลยี AI และ OCR มาใช้ในระบบ e-PP เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของคนและประมวลผลได้แบบนาทีต่อนาที พร้อมทั้งผลักดันการลดระยะเวลาการตั้งนิคม จาก 2 ปี เหลือเพียง 2 เดือน รวมถึงการปลดล็อกพื้นที่ผังเมืองในเขตนโยบายพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และปรับปรุงระเบียบการจัดการที่ดินสาธารณะให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

A-Advanced Infrastructure เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัย ยกระดับนิคมสู่ความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Town) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในส่วนนี้เราจะมีโมเดลที่เรียกว่า Map Ta Phut Close Loop หมายถึงการบริหารจัดการของเสียภายในพื้นที่โดยไม่ต้องนำออกภายนอก และเตรียมรองรับขยะอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น แบตเตอรี่ EV และแผงโซลาร์เซลล์

P-People & Potential เป็นการพัฒนากำลังคน ซึ่งเราจัดตั้ง IEAT Academy เพื่อเป็นตัวกลางจับคู่ Matching ระหว่างความต้องการแรงงาน และผู้ผลิตบุคลากร โดยร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูงป้อนสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแรงงานไทย

I-Integrated Digital Transformation เปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล ตั้งเป้าหมายยกเลิกการใช้เงินสดภายใน 3 ปี และปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเป็นดิจิทัล 100% ภายใน 2 ปี พร้อมนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและการขาย รวมถึงพัฒนาระบบ Real Estate Management เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พัฒนานิคม และผู้ประกอบการ

สุดท้ายคือ D-Driving Growth Sustainability เป็นการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่จะมุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้ากับบริษัทข้ามชาติ ผ่านโครงการ SME to MNC เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยเข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการ Low Carbon City โดยร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) เพื่อนำร่องระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุด บางปู และลาดกระบัง

นักลงทุนหนีจีนทะลักไทย

ส่วนสถานการณ์การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ปีงบประมาณ 2568 (1 ต.ค. 67-30 ก.ย. 2568) ถือว่าค่อนข้างดี ถ้าไม่มีเรื่องภาษีทรัมป์ ยอดขายเราน่าจะถึงเป้า 12,000 ไร่ แต่พอโดนปัจจัยลบตรงนี้ ยอดขายเลยอยู่ที่ 8,000 ไร่ เป็นกลุ่มนักลงทุนใหม่ที่หนีจีน หนีไต้หวันเข้ามาไทย และก็มีที่เป็นซัพพลายเชนของจีน อย่างพวกอิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามามาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยานพาหนะและอุปกรณ์ 13.48% ผลิตภัณฑ์โลหะ 0.45% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 9.68% เคมีภัณฑ์ 7.82% และผลิตภัณฑ์พลาสติก 6.55% โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่นยังแชมป์ลงทุนสูงสุด 23.41% ตามมาด้วย จีน 16.76% สิงคโปร์ 9.93% และสหรัฐอเมริกา 5.79% ส่งผลให้ปัจจุบัน กนอ.มีเม็ดเงินลงทุนสะสมรวมกว่า 15.32 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานในระบบกว่า 1 ล้านคน

และปี 2569 ก็ยังจะดีแบบนี้ เราก็ต้องเตรียมเรื่องน้ำ ไฟฟ้าให้พร้อม ถามว่าเราสู้เวียดนามได้ไหม ตอบได้เลยว่า ปัจจัยภายในเราไม่แย่อยู่แล้ว มันจะมีแค่เรื่องเดียว คือ “การเมือง” ตอนช่วงรัฐบาล 4 เดือน ไม่มีทูตคนไหนมาหาเลยเพราะทุกคนรอดู มีแต่ทูตจีนเพราะเราใช้กฎหมายที่เข้มงวด ลงไปตรวจโรงงาน หลายแห่งที่ปิดเป็นโรงงานจีน เขาเลยเข้ามาคุย

ยอมรับว่าปัจจุบันนักลงทุนเก่งขึ้น ฉลาด ข้อมูลแน่น เวลาเข้ามาคุย เขารู้เขาต้องการอะไร แต่ที่เขาเบื่อคือ ความช้าในเรื่องการบริการ การติดต่อกับแต่ละหน่วยงานที่ยังแยกกันอยู่ ดังนั้น “Ease of Doing Business” ความง่ายในการทำธุรกิจมันสำคัญ และยิ่งการเมืองถ้าอยู่ยาว แล้วคุยรู้เรื่องเขายิ่งชอบ

รอรัฐบาลใหม่เคาะเพิ่มนิคม

การมีรัฐบาลใหม่ คือปัจจัยบวกสำหรับปี 2569 แน่นอน ส่วนยุทธศาสตร์ปีหน้า เราต้องทำเรื่อง Green & Digital Innovation ที่จะเน้นยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน คือ การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) และการพลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างบางอุตสาหกรรมอยากมาลงทุนกับเรา อยู่ที่เราว่ารัฐบาลเราจะเอาไหม เรื่อง Green เราจะไม่ยอมทิ้งต่อให้มีรัฐบาลใหม่ หรือทั่วโลกชะลอแผนช้าลง 3 ปี แต่เราจะไม่ยอมเปลี่ยนเรื่อง Green และเราต้องคัดอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาด้วย

ดังนั้น เราต้องทำให้ยอดขายโตประมาณปีละ 10% พยายามหาไฟและน้ำสะอาดรองรับ ซึ่งเราก็ไปคุยกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ขอโควตา Direct PPA 600 เมกะวัตต์ แต่เขาก็ต้องรอรัฐบาลใหม่เหมือนกัน ส่วนเรื่องการหาพื้นที่ใหม่ พัฒนาสร้างนิคมแห่งใหม่ เราอยากทำนิคมที่ราคาไม่แพง คือ นิคมอุตสาหกรรม SMEs เพื่อย้าย SMEs เข้ามารวมไว้ตรงนี้ อยากให้ราคาไร่ละ 4 ล้านบาท จากตอนนี้พื้นที่นิคมอยู่ที่ 8-12 ล้านบาท เขาจะได้ซื้อได้ ซึ่งเราได้ทำแผนไว้เพื่อเสนอรัฐบาลใหม่

นอกจากนี้ เรามองพื้นที่ใน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็น EEC เฟส 2 ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ราคาที่ดินยังไม่สูง พอพัฒนาไปทำขายได้ราคาสัก 3 ล้านบาท/ไร่ และยังมีพื้นที่ใหญ่ ๆ เป็นแสนไร่ สามารถทำนิคมได้ ขณะที่โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) งานถมทะเลและระบบสาธารณูปโภค มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 93.68% และกำลังเร่งขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระยะที่ 2 เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือสินค้าเหลวและคลังสินค้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

มีอีกแห่งที่เราจะเปิดปีหน้า คือ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ที่มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 93.68% พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เร็ว ๆ นี้ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (New S-Curve) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เรายังเตรียมผนึกกำลังพันธมิตร หนุน SMEs เข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก ผ่านแนวทาง Quick Big Win

โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ Supply Chain ไทย และผลักดันให้เกิดการใช้ Local Content ภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้นิคมอุตฯ SMEs เกิดขึ้นได้

จัดโปรโมชั่นปีใหม่ฟรี 2 ต่อ

ใกล้ปีใหม่ กนอ.เตรียมมอบของขวัญให้นักลงทุนเป็นโปรโมชั่น ฟรี 2 ต่อ ใน 3 นิคมอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดินใน 3 นิคมอุตสาหกรรม คือ นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร นิคมอุตสาหกรรมสงขลา นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว สิทธิประโยชน์ฟรี 2 ต่อ คือ ต่อที่ 1 ฟรีค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก และต่อที่ 2 ฟรีค่าบริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปี สำหรับผู้ที่ทำสัญญาเช่า ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

“ตอนนี้ช่วงเงินบาทแข็งค่า ถือเป็นจังหวะดี นักลงทุนอยากย้ายฐานการผลิต มีการเก็บข้อมูล รอแค่ตัดสินใจเท่านั้น ทาง กนอ.ก็ต้องสร้าง Economic Zone สร้างบรรยากาศการลงทุนให้ดี แผนทั้งหมดที่ทำ เราจะไปคนเดียวไม่ได้ เราต้องทำงานกับคนที่เกี่ยวข้อง ฟังและแก้ปัญหา เพื่อให้รู้ว่าประเทศไทยต้องการอะไร ช่วยดึงคนเข้ามาสู่พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมและให้ไทยไม่ขาดโอกาส ด้วยเรามีเครื่องมือที่ดีและอยากให้เราใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เต็มความสามารถตามที่เรามี”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กนอ.ชูโมเดล RAPID ผุดนิคม SMEs ไร่ละ 4 ล้านรอรัฐบาลใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...