ระวัง ผ่อนมือถือบัตรประชาชนใบเดียว ดอกเบี้ยแฝงสูงลิ่ว | เงินทองของจริง
7,662 ดูกระแสการผ่อนสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าตามห้างสรรพสินค้าที่เสนอ ผ่อนด้วยบัตรประชาชนใบเดียว หรือร้านค้าออนไลน์ที่ให้บริการ ผ่อนไปใช้ไป แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสะดวกนี้อาจซ่อนกับดักที่ทำให้คุณต้องจ่ายเงินแพงกว่าที่คิด และตกอยู่ในภาระหนี้สินที่ไม่เป็นธรรม ธุรกิจผ่อนมือถือตามร้าน ดอกเบี้ยแฝงและเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม บริการผ่อนมือถือจากร้านค้าบางแห่งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันการเงิน กำลังสร้างปัญหาให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก ผ่านกลโกงและกลยุทธ์หลายรูปแบบ ดังนี้ 1. โฆษณาปลอดดอกเบี้ย แต่บวกราคาให้สูงกว่าปกติ ร้านค้าหลายแห่งอ้างว่าให้ผ่อนแบบ 0 ดอกเบี้ย แต่กลับตั้งราคาสินค้าให้สูงกว่าราคาตลาดไปมาก เมื่อรวมยอดผ่อนแล้วกลับต้องจ่ายแพงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคือการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2. สัญญาที่ซ่อนเงื่อนไขไม่เป็นธรรม - ค่าปรับกรณีผิดนัดชำระที่สูงเกินจริง - การใช้ข้อมูลส่วนตัวเป็นเครื่องมือกดดัน เช่น กำหนดให้ผู้ซื้อต้องมีเพื่อนใน Facebook จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นช่องทางประจานหากผิดนัดชำระ - การทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจใช้วิธีการที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 3. ระบบล็อกเครื่องจากระยะไกล (Remote Lock) ร้านค้าสามารถสั่งปิดการใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณได้ทันทีหากขาดชำระแม้เพียงงวดเดียว ทำให้คุณ: - สูญเสียเงินที่ผ่อนไปแล้ว - ไม่สามารถใช้งานตัวเครื่องได้ - ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในเครื่อง เมื่อตกอยู่ในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ ผู้บริโภคแทบไม่มีอำนาจในการต่อรองหรือได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอ ธุรกิจ ผ่อนไปใช้ไป ในโลกออนไลน์: มิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ทั่วไป ธุรกิจผ่อนมือถือแบรนด์ดังราคาสูงในโลกออนไลน์มีให้เห็นมานานหลายปี มักพบบนสื่อโซเชียลต่างๆ เช่น Instagram และ Facebook โดยมีรูปแบบการขายที่น่าสนใจ คือ ให้ผ่อนจ่ายเป็นงวดราคาถูกมาก ประมาณหลักร้อยหรือหลักพันต้นๆ โดยกำหนดเพดานว่าต้องผ่อนให้ได้ 30, 60 หรือ 80 ของราคาเครื่องก่อน แล้วจะส่งตัวเครื่องให้ใช้ได้เลย จากนั้นค่อยผ่อนจ่ายต่อจนครบ ปัญหาที่พบบ่อย ร้านค้าส่วนใหญ่มักตั้งราคาเครื่องแพงกว่าราคาจริงจากศูนย์แบรนด์นั้นๆ และที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันมีกรณีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเก็บเงินไปแล้วไม่ส่งมอบสินค้า ทำให้ผู้บริโภคสูญเสียเงินโดยไม่รู้ตัว 3 ข้อแนะนำจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 1. ต้องมีสัญญาเป็นหลักฐาน การผ่อนสินค้าโดยยังไม่ได้รับสินค้ามาใช้ก่อนนั้น ควรมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นหลักฐานและหลักประกันว่าจะได้รับสินค้า หากไม่ได้รับสินค้าตามสัญญา คุณสามารถยกเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้ แต่ถ้าไม่มีสัญญาหรือหลักฐานใด ๆ อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน 2. แจ้งความทันทีหากถูกโกง หากจ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้า สามารถแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนได้ โดยนำหลักฐาน เช่น การสนทนา หลักฐานการโอนเงิน ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ออกหนังสืออายัดบัญชีธนาคารของผู้ขาย 3. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้ถ้วนถี่ ก่อนตัดสินใจซื้อ ควร - ตรวจสอบชื่อร้านค้าและบัญชีผู้รับโอนเงิน - ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เช่น เสิร์ชชื่อร้านบน Google - ตรวจสอบประวัติผ่านเว็บไซต์ blacklistseller.com - ตรวจสอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ trustmarkthai ร้านค้าต้องรู้ การไม่จดทะเบียนมีโทษ สำหรับร้านค้าที่ขายสินค้าแบบผ่อนบนออนไลน์ จำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2553 หากไม่จดทะเบียนจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง แม้ธุรกิจผ่อนมือถือที่ทำอย่างสุจริตจะสามารถช่วยผู้บริโภคที่ไม่มีบัตรเครดิตเข้าถึงสินค้าได้ แต่ผู้บริโภคต้องระมัดระวังและตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะกับดักและมิจฉาชีพมีอยู่จริง การทำความเข้าใจสิทธิของตนเอง และการเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการถูกหลอกลวงและภาระหนี้สินที่ไม่เป็นธรรม พบกับ โคชหนุ่ม และ ทิน โชคกมลกิจ ได้ใน เงินทองของจริง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero #เงินทองของจริง #TERODigital #CH7HDNews
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 07.17 น. • TEROASIAเล่นอัตโนมัติ