ทิสโก้ เปิด 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่งปี 2569 แนะควรมีติดพอร์ต 60-80% ส่วนหุ้นไทยยังเหนื่อย
ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ภาพการลงทุนเริ่มชัดเจนขึ้นว่ากระแสเงินทุนกำลังมองหา “ตลาดที่โตจริง” ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลงและเมกะเทรนด์อย่าง AI ที่เร่งเครื่องต่อเนื่อง
ธนาคารทิสโก้ ประเมินว่า นี่คือจังหวะสำคัญของการจัดพอร์ตเชิงรุก โดยชี้เป้า 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่ง ได้แก่ สหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพเติบโตจากปัจจัยภายในประเทศอย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวที่เปราะบางและปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้มุมมองการลงทุนยังคง “เหนื่อย” แนะให้นักลงทุนโฟกัสเฉพาะหุ้นปันผล พร้อมหันไปเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดต่างประเทศที่กำลังมาแรง
เศรษฐกิจโลกปี 2569 สดใส ดอกเบี้ยขาลงหนุน
ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณเชิงบวก โดย Bloomberg Consensus ประเมินว่าจะเติบโตใกล้ระดับ 3%
โดยในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตัวนำสำคัญ คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตราว 1.8% ขณะที่ฝั่งเอเชีย ประเทศที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นคืออินเดีย และเวียดนาม
นอกจากแรงหนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกแล้ว ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการลงทุนในปีนี้คือทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มเป็นขาลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สหรัฐฯ คาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกราว 2 ครั้ง จากระดับประมาณ 3.5% ลงมาอยู่ที่ราว 3.0-3.25% ขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ หลังจากปรับลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 2% แล้ว
ด้านญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีทิศทางนโยบายการเงินแตกต่างออกไป โดยในปีนี้ยังมีโอกาสเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง ไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1% ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลก
ขณะที่เงินเฟ้อในประเทศพัฒนาแล้วลดลงสู่กรอบ 2-3% ซึ่งเอื้อให้ธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ เดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนรอบใหม่ภายใต้กระแสเมกะเทรนด์อย่าง AI และสังคมผู้สูงอายุ
ส่วนประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และยังถือว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจ “เหนื่อย” เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค
ในขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกมีโอกาสขยายตัวได้ดี แต่ของไทยอาจจะต่ำกว่าประเทศอื่นๆ พอสมควร โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรอยู่ที่ประมาณ 2% เท่านั้น
อย่างไรก็ดี มีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการประชุมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และอาจปรับลดเพิ่มอีก 1 ครั้ง ละหากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยได้อีก 0.5%
เปิด 3 ธีมหลัก พร้อมชี้เป้า 3 ตลาดหุ้นมาแรง
ทิสโก้ Wealth Advisory ได้กำหนดกลยุทธ์การลงทุนปี 2026 ผ่าน 3 ธีมหลักที่ทำงานสอดประสานกัน ดังนี้
ธีมที่ 1 ประเทศที่โตได้ด้วยศักยภาพภายใน (Independence) - เน้นมองหาโอกาสในประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งจากการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ได้แก่
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รับแรงส่งจากนโยบายการคลัง One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) และสภาพคล่องจาก FED คาดกำไรตลาดหุ้นโตราว 15% โดยมีการกระจายตัวของกำไรไปยังอุตสาหกรรมอื่น นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ด้วย
- ตลาดหุ้นอินเดีย เดินหน้าสู่นโยบาย Make in India และ National Manufacturing Mission คาดกำไรตลาดหุ้นโต 17% จากรายได้ประชากรที่สูงขึ้น
- ตลาดหุ้นเวียดนาม ตั้งเป้าเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ คาดกำไรตลาดหุ้นเติบโตโดดเด่นกว่า 21% และมีลุ้นเม็ดเงินไหลเข้าหากได้รับการเลื่อนสถานะสู่ Emerging Market โดย FTSE ในเดือนกันยายน 2026
ธีมที่ 2 ลงทุนเกาะกระแส AI (Intelligence) - เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและโครงสร้างประชากร ได้แก่
- หุ้นกลุ่ม AI Ecosystem คาดกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโต 30% จากการลงทุนของ Hyperscalers ที่อาจทะลุ 4.3 แสนล้านดอลลาร์ฯ
- หุ้นกลุ่ม Healthcare รับสังคมผู้สูงอายุและการใช้ AI พัฒนายา รวมถึงโอกาสจากการควบรวมกิจการ (M&A) ในช่วงที่สิทธิบัตรยาหมดอายุ (Patent Cliff)
- หุ้นกลุ่ม Utilities หรือ สาธารณูปโภค หลังความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center จะพุ่งขึ้นเป็น 8% ของการใช้ไฟในสหรัฐฯ ภายในปี 2573 จะหนุนให้กลุ่มโรงไฟฟ้าเปลี่ยนจากหุ้นตั้งรับ เป็นหุ้นเติบโตเชิงโครงสร้าง
ธีมที่ 3 เกราะป้องกันพอร์ต (Instability Armor) - เพื่อรับมือความเสี่ยงนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ รวมถึงความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น
- ตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดีของสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงของ FED ที่คาดว่าจะลดรวม 0.5% ในปีนี้
- ทองคำ ป้องกันความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น คาดราคาเป้าหมายแตะ 4,500-5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์
- น้ำมัน คาดราคายืนเหนือ 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากการคุมกำลังการผลิตของ OPEC+ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัว
แนะเลี่ยง “ตราสารหนี้ไทยระยะยาว” ชี้เสี่ยงสูง-ผลตอบแทนต่ำ
สำหรับมุมมองต่อการลงทุนในประเทศไทย ณัฐกฤติ แนะนำให้ “ลดน้ำหนัก” การลงทุนในตราสารหนี้ไทยระยะยาว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบเปราะบางและมีปัญหาเชิงโครงสร้าง
ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านอันดับความน่าเชื่อถือ โดยประเมินว่าผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีในปัจจุบันที่ 1.6-1.7% นั้นต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม (2-2.5%) จึงมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลง แนะโยกเงินไปลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า
นอกจากนี้ ยังประเมินว่าปี 2569 ตลาดหุ้นไทยจะทรงตัว โดยคาดว่าดัชนีจะทำระดับสูงสุดที่ 1,388 จุด ที่ P/E ระดับ 16 เท่า โดยประเมินกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ราว 82 บาทต่อหุ้น
แนะจัดพอร์ตเชิงรุก ลุยหุ้นต่างประเทศ 60-80%
ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ประเมินว่าปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น โดยแนะให้นักลงทุนกระจายน้ำหนักการลงทุนออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานแกร่งและธีมลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนคาดหวังในระดับที่มากกว่า 10% ผ่านการถือครองสินทรัพย์ทางเลือกที่เป็นเกราะป้องกันความผันผวน โดยมีคำแนะนำ ดังนี้
- หุ้นต่างประเทศ (60-80%) เป็นสัดส่วนหลักของพอร์ต เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตจากเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมศักยภาพสูง
- สินทรัพย์ทางเลือก (20-40%) กระจายเงินลงทุนใน ตราสารหนี้, ทองคำ และน้ำมัน เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม
สำหรับผู้ที่ยังต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แนะนำให้จำกัดสัดส่วนไว้เพียง 10-15% โดยเน้นคัดเลือกเฉพาะ "หุ้นปันผล" (Dividend Stock) เพื่อรับกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ราว 4% ต่อปี
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทิสโก้ เปิด 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่งปี 2569 แนะควรมีติดพอร์ต 60-80% ส่วนหุ้นไทยยังเหนื่อย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จะซื้อกองทุนลดหย่อนฯ คิดแค่ “ภาษี” ไม่ได้! เปิด 3 เรื่องต้องรู้ อย่ามองแต่ผลตอบแทนย้อนหลัง
- ทิสโก้ เปิด 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่งปี 2569 แนะควรมีติดพอร์ต 60-80% ส่วนหุ้นไทยยังเหนื่อย
- กลยุทธ์ลงทุน ไม่หวั่นแม้ตลาดเหวี่ยงแรง ด้วย Long Options
- ฟองสบู่ “หุ้นโลก” กำลังแตกหรือแค่ปรับฐานช่วงขาขึ้น ? หุ้นเทคฯ ร่วงหนัก สัญญาณ ”Hindenburg Omen“
- หุ้น “ธุรกิจเดียวกัน” แต่สร้างกำไรฯ ต่างกันมหาศาล Dime! เปิดผลตอบแทนย้อนหลัง-วิธีเลือก "ยักษ์ตื่น"
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath