โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทิสโก้ เปิด 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่งปี 2569 แนะควรมีติดพอร์ต 60-80% ส่วนหุ้นไทยยังเหนื่อย

Thairath Money

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 09.22 น.
ภาพไฮไลต์

ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ภาพการลงทุนเริ่มชัดเจนขึ้นว่ากระแสเงินทุนกำลังมองหา “ตลาดที่โตจริง” ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลงและเมกะเทรนด์อย่าง AI ที่เร่งเครื่องต่อเนื่อง

ธนาคารทิสโก้ ประเมินว่า นี่คือจังหวะสำคัญของการจัดพอร์ตเชิงรุก โดยชี้เป้า 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่ง ได้แก่ สหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพเติบโตจากปัจจัยภายในประเทศอย่างแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวที่เปราะบางและปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้มุมมองการลงทุนยังคง “เหนื่อย” แนะให้นักลงทุนโฟกัสเฉพาะหุ้นปันผล พร้อมหันไปเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดต่างประเทศที่กำลังมาแรง

เศรษฐกิจโลกปี 2569 สดใส ดอกเบี้ยขาลงหนุน

ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณเชิงบวก โดย Bloomberg Consensus ประเมินว่าจะเติบโตใกล้ระดับ 3%

โดยในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตัวนำสำคัญ คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตราว 1.8% ขณะที่ฝั่งเอเชีย ประเทศที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นคืออินเดีย และเวียดนาม

นอกจากแรงหนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกแล้ว ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการลงทุนในปีนี้คือทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มเป็นขาลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สหรัฐฯ คาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกราว 2 ครั้ง จากระดับประมาณ 3.5% ลงมาอยู่ที่ราว 3.0-3.25% ขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ หลังจากปรับลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 2% แล้ว

ด้านญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีทิศทางนโยบายการเงินแตกต่างออกไป โดยในปีนี้ยังมีโอกาสเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง ไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1% ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลก

ขณะที่เงินเฟ้อในประเทศพัฒนาแล้วลดลงสู่กรอบ 2-3% ซึ่งเอื้อให้ธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ เดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนรอบใหม่ภายใต้กระแสเมกะเทรนด์อย่าง AI และสังคมผู้สูงอายุ

ส่วนประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และยังถือว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจ “เหนื่อย” เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค

ในขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกมีโอกาสขยายตัวได้ดี แต่ของไทยอาจจะต่ำกว่าประเทศอื่นๆ พอสมควร โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรอยู่ที่ประมาณ 2% เท่านั้น

อย่างไรก็ดี มีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการประชุมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และอาจปรับลดเพิ่มอีก 1 ครั้ง ละหากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น กนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยได้อีก 0.5%

เปิด 3 ธีมหลัก พร้อมชี้เป้า 3 ตลาดหุ้นมาแรง

ทิสโก้ Wealth Advisory ได้กำหนดกลยุทธ์การลงทุนปี 2026 ผ่าน 3 ธีมหลักที่ทำงานสอดประสานกัน ดังนี้

ธีมที่ 1 ประเทศที่โตได้ด้วยศักยภาพภายใน (Independence) - เน้นมองหาโอกาสในประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งจากการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ได้แก่

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รับแรงส่งจากนโยบายการคลัง One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) และสภาพคล่องจาก FED คาดกำไรตลาดหุ้นโตราว 15% โดยมีการกระจายตัวของกำไรไปยังอุตสาหกรรมอื่น นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ด้วย
  • ตลาดหุ้นอินเดีย เดินหน้าสู่นโยบาย Make in India และ National Manufacturing Mission คาดกำไรตลาดหุ้นโต 17% จากรายได้ประชากรที่สูงขึ้น
  • ตลาดหุ้นเวียดนาม ตั้งเป้าเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ คาดกำไรตลาดหุ้นเติบโตโดดเด่นกว่า 21% และมีลุ้นเม็ดเงินไหลเข้าหากได้รับการเลื่อนสถานะสู่ Emerging Market โดย FTSE ในเดือนกันยายน 2026

ธีมที่ 2 ลงทุนเกาะกระแส AI (Intelligence) - เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและโครงสร้างประชากร ได้แก่

  • หุ้นกลุ่ม AI Ecosystem คาดกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโต 30% จากการลงทุนของ Hyperscalers ที่อาจทะลุ 4.3 แสนล้านดอลลาร์ฯ
  • หุ้นกลุ่ม Healthcare รับสังคมผู้สูงอายุและการใช้ AI พัฒนายา รวมถึงโอกาสจากการควบรวมกิจการ (M&A) ในช่วงที่สิทธิบัตรยาหมดอายุ (Patent Cliff)
  • หุ้นกลุ่ม Utilities หรือ สาธารณูปโภค หลังความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center จะพุ่งขึ้นเป็น 8% ของการใช้ไฟในสหรัฐฯ ภายในปี 2573 จะหนุนให้กลุ่มโรงไฟฟ้าเปลี่ยนจากหุ้นตั้งรับ เป็นหุ้นเติบโตเชิงโครงสร้าง

ธีมที่ 3 เกราะป้องกันพอร์ต (Instability Armor) - เพื่อรับมือความเสี่ยงนโยบายการเงินที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ รวมถึงความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น

  • ตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดีของสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงของ FED ที่คาดว่าจะลดรวม 0.5% ในปีนี้
  • ทองคำ ป้องกันความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น คาดราคาเป้าหมายแตะ 4,500-5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์
  • น้ำมัน คาดราคายืนเหนือ 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากการคุมกำลังการผลิตของ OPEC+ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัว

แนะเลี่ยง “ตราสารหนี้ไทยระยะยาว” ชี้เสี่ยงสูง-ผลตอบแทนต่ำ

สำหรับมุมมองต่อการลงทุนในประเทศไทย ณัฐกฤติ แนะนำให้ “ลดน้ำหนัก” การลงทุนในตราสารหนี้ไทยระยะยาว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบเปราะบางและมีปัญหาเชิงโครงสร้าง

ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านอันดับความน่าเชื่อถือ โดยประเมินว่าผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีในปัจจุบันที่ 1.6-1.7% นั้นต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม (2-2.5%) จึงมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลง แนะโยกเงินไปลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าปี 2569 ตลาดหุ้นไทยจะทรงตัว โดยคาดว่าดัชนีจะทำระดับสูงสุดที่ 1,388 จุด ที่ P/E ระดับ 16 เท่า โดยประเมินกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ราว 82 บาทต่อหุ้น

แนะจัดพอร์ตเชิงรุก ลุยหุ้นต่างประเทศ 60-80%

ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ประเมินว่าปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น โดยแนะให้นักลงทุนกระจายน้ำหนักการลงทุนออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานแกร่งและธีมลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนคาดหวังในระดับที่มากกว่า 10% ผ่านการถือครองสินทรัพย์ทางเลือกที่เป็นเกราะป้องกันความผันผวน โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

  • หุ้นต่างประเทศ (60-80%) เป็นสัดส่วนหลักของพอร์ต เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตจากเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมศักยภาพสูง
  • สินทรัพย์ทางเลือก (20-40%) กระจายเงินลงทุนใน ตราสารหนี้, ทองคำ และน้ำมัน เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม

สำหรับผู้ที่ยังต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แนะนำให้จำกัดสัดส่วนไว้เพียง 10-15% โดยเน้นคัดเลือกเฉพาะ "หุ้นปันผล" (Dividend Stock) เพื่อรับกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ราว 4% ต่อปี

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทิสโก้ เปิด 3 ตลาดหุ้นดาวรุ่งปี 2569 แนะควรมีติดพอร์ต 60-80% ส่วนหุ้นไทยยังเหนื่อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...