กัมพูชาเผยสามารถจับตัว "เฉิน จื้อ" CEO "พรินซ์กรุ๊ป" ได้แล้วหลังการหลบหนี
กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ระบุในแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (7 มกราคม) ว่า ทางการกัมพูชาได้ “จับกุมชาวจีน 3 ราย ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี่ จี เหลียง และ เส้า จี ฮุย และได้ส่งตัวพวกเขาไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน”
แถลงการณ์ระบุว่า ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายใต้กรอบความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นไปตามคำร้องขอของทางการจีน
กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ยังระบุด้วยว่า สัญชาติกัมพูชาของเฉินได้ถูก “เพิกถอนโดยพระราชกฤษฎีกา” ตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมาส่วนทางการจีนยังไม่มีความเห็นในทันทีเกี่ยวกับการจับกุมและการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของเฉิน
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหาเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงด้านคริปโตเคอร์เรนซีขนาดมหาศาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน
เฉินถูกตั้งข้อหาลับหลังในคดีสมคบคิดฉ้อโกงทางการสื่อสาร (wire fraud conspiracy) และฟอกเงิน หลังจากเขาและผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ถูกกล่าวหาว่าใช้แรงงานที่ถูกบังคับในการหลอกลวงนักลงทุนที่อาจตกเป็นเหยื่อ และนำเงินที่ได้ไปซื้อเรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ต และภาพวาดของปิกัสโซ
ตามคำฟ้องระบุว่า Prince Holding Group ได้สร้างศูนย์อย่างน้อย 10 แห่งในกัมพูชา ซึ่งแรงงานจำนวนมาก มักเป็นแรงงานข้ามชาติที่ถูกกักขังโดยไม่สมัครใจ ถูกบังคับให้ติดต่อเหยื่อหลายพันรายผ่านโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มส่งข้อความออนไลน์ สร้างความไว้วางใจ และชักชวนให้โอนเงินคริปโตเคอร์เรนซีด้วยความหวังว่าจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวนมาก
มีการยึดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในขณะนั้น ผู้อำนวยการเอฟบีไอของสหรัฐฯ แคช พาเทล ระบุว่า นี่คือ “หนึ่งในปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
ธุรกิจของเฉินยังถูกคว่ำบาตรโดยทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ภายใต้ปฏิบัติการร่วมเพื่อต่อต้าน “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยในกลุ่มที่ถูกคว่ำบาตรมีบุคคลจากสิงคโปร์ 3 ราย และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในสิงคโปร์อีก 17 แห่งรวมอยู่ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง