โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาเผยสามารถจับตัว "เฉิน จื้อ" CEO "พรินซ์กรุ๊ป" ได้แล้วหลังการหลบหนี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าตั้งศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต หรือสแกมเมอร์ ถูกจับกุมในกัมพูชาและถูกส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแล้ว

กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ระบุในแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (7 มกราคม) ว่า ทางการกัมพูชาได้ “จับกุมชาวจีน 3 ราย ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี่ จี เหลียง และ เส้า จี ฮุย และได้ส่งตัวพวกเขาไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน”

แถลงการณ์ระบุว่า ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายใต้กรอบความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นไปตามคำร้องขอของทางการจีน

กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ยังระบุด้วยว่า สัญชาติกัมพูชาของเฉินได้ถูก “เพิกถอนโดยพระราชกฤษฎีกา” ตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมาส่วนทางการจีนยังไม่มีความเห็นในทันทีเกี่ยวกับการจับกุมและการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของเฉิน

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหาเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงด้านคริปโตเคอร์เรนซีขนาดมหาศาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน

เฉินถูกตั้งข้อหาลับหลังในคดีสมคบคิดฉ้อโกงทางการสื่อสาร (wire fraud conspiracy) และฟอกเงิน หลังจากเขาและผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ถูกกล่าวหาว่าใช้แรงงานที่ถูกบังคับในการหลอกลวงนักลงทุนที่อาจตกเป็นเหยื่อ และนำเงินที่ได้ไปซื้อเรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ต และภาพวาดของปิกัสโซ

ตามคำฟ้องระบุว่า Prince Holding Group ได้สร้างศูนย์อย่างน้อย 10 แห่งในกัมพูชา ซึ่งแรงงานจำนวนมาก มักเป็นแรงงานข้ามชาติที่ถูกกักขังโดยไม่สมัครใจ ถูกบังคับให้ติดต่อเหยื่อหลายพันรายผ่านโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มส่งข้อความออนไลน์ สร้างความไว้วางใจ และชักชวนให้โอนเงินคริปโตเคอร์เรนซีด้วยความหวังว่าจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวนมาก

มีการยึดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในขณะนั้น ผู้อำนวยการเอฟบีไอของสหรัฐฯ แคช พาเทล ระบุว่า นี่คือ “หนึ่งในปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”

ธุรกิจของเฉินยังถูกคว่ำบาตรโดยทางการสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ภายใต้ปฏิบัติการร่วมเพื่อต่อต้าน “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยในกลุ่มที่ถูกคว่ำบาตรมีบุคคลจากสิงคโปร์ 3 ราย และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในสิงคโปร์อีก 17 แห่งรวมอยู่ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...